วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.32 น. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “เตือนรัฐบาล จะเจอแรงกดดันทั้งในสภาและนอกสภา” วิเคราะห์สถานการณ์การเคลื่อนไหวของคาร์ม็อบที่นำโดยนายมะโน เครือแก้ว หรือกำนันมะโน ซึ่งกำลังเดินทางจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายไปยังประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ และยาเสพติด
นายเทพไทระบุว่า คาร์ม็อบดังกล่าวเริ่มเคลื่อนขบวนจากบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนเดินทางไปพักค้างคืนที่สหกรณ์โคออฟสุราษฎร์ธานี และเตรียมเดินทางต่อไปยังกรุงเทพมหานคร
ระหว่างการเดินทางมีประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนการเคลื่อนไหว โดยนายเทพไทระบุว่าได้รับข้อมูลว่ามียอดเงินบริจาคสนับสนุนกำนันมะโนสูงถึง 1,300,000 บาท ซึ่งในมุมมองของเขาสะท้อนให้เห็นว่าการชุมนุมครั้งนี้ได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากประชาชนในภาคใต้ไม่น้อย
นายเทพไทมองว่า หากคาร์ม็อบเดินทางถึงกรุงเทพมหานครและสามารถเข้าถึงพื้นที่เป้าหมายบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลได้จริง จะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ต้องจับตา โดยต้องติดตามต่อไปว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะสามารถระดมมวลชนและสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด
ตำรวจประกาศห้ามชุมนุมรอบทำเนียบฯ 50 เมตร
อีกประเด็นที่นายเทพไทหยิบยกขึ้นมาคือข้อจำกัดด้านพื้นที่ชุมนุม หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกประกาศห้ามการชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 เวลา 24.00 น.
ประกาศดังกล่าวอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 7 วรรคท้าย โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและการจัดการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายเทพไทประเมินว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้การเคลื่อนไหวของคาร์ม็อบเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาลได้ยากขึ้น และอาจมีการนำสิ่งกีดขวาง เช่น ตู้คอนเทนเนอร์ มาวางปิดกั้นเส้นทางเพื่อควบคุมพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การประกาศห้ามชุมนุมดังกล่าวมีขอบเขตเฉพาะพื้นที่และช่วงเวลาตามที่กำหนด ไม่ได้หมายความว่าห้ามประชาชนเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครหรือชุมนุมในทุกพื้นที่
ห่วงรัฐบาลยื้อคำตอบ อาจทำให้ม็อบยกระดับ
นายเทพไทตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อคาร์ม็อบเดินทางถึงกรุงเทพฯ แล้ว จะมีการปักหลักพักค้างคืนหรือไม่ จะใช้สถานที่ใดเป็นพื้นที่ชุมนุม และจะยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลอย่างไร รวมถึงรัฐบาลจะใช้เวลานานเท่าใดในการตอบสนองข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม
เขามองว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีสถานที่เหมาะสมสำหรับปักหลักและจัดเวทีปราศรัย ก็อาจมีประชาชนในกรุงเทพมหานครเข้าร่วมเพิ่มเติม เนื่องจากเดินทางมาร่วมกิจกรรมได้สะดวกกว่าประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด
สิ่งที่นายเทพไทแสดงความกังวลคือ หากรัฐบาลยื้อเวลาและไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนต่อข้อเรียกร้องของคาร์ม็อบ อาจทำให้ผู้ชุมนุมตัดสินใจยกระดับการเคลื่อนไหวและขยายประเด็นเรียกร้องให้กว้างขึ้น
จากลดน้ำมัน 10 บาท สู่ปมฮั้ว ส.ว. และโกงสอบท้องถิ่น
สำหรับข้อเรียกร้องหลักที่กลุ่มคาร์ม็อบเคยประกาศไว้ ประกอบด้วย 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- เรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 10 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและปัญหาปากท้องของประชาชน
- เรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ
แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและมีการยกระดับการชุมนุม นายเทพไทประเมินว่าอาจมีการเพิ่มข้อเรียกร้องทางการเมืองอีก 2 ประเด็น ได้แก่
- ปัญหาการฮั้ว ส.ว. หรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
- ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น
นายเทพไทเห็นว่า หากข้อเรียกร้องของคาร์ม็อบขยายจากปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องไปสู่ประเด็นการเมือง ก็อาจทำให้การเคลื่อนไหวมีแรงกดดันต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้น และเปลี่ยนจากการเรียกร้องเชิงนโยบายไปสู่การตรวจสอบความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ประเด็นฮั้ว ส.ว. และการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นข้อกล่าวหาและประเด็นที่ต้องตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมาย ไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดมีความผิดแล้ว
เตือนรัฐบาลเจอแรงกดดันทั้งในและนอกสภา
นายเทพไทกล่าวเตือนว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อและสถานการณ์ทางการเมืองเดินหน้าไปจนถึงช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569 รัฐบาลอาจต้องเผชิญแรงกดดันพร้อมกันทั้งจากการเคลื่อนไหวของประชาชนนอกสภาและการตรวจสอบจากฝ่ายค้านในสภา
เขาระบุว่า หากคาร์ม็อบยังปักหลักเรียกร้องคำตอบจากรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็อาจทำให้รัฐบาลต้องรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองหลายด้านพร้อมกัน
นายเทพไทจึงฝากเตือนรัฐบาลให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้องและการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ก็อาจทำให้แรงกดดันจากการชุมนุมขยายตัวไปสู่ประเด็นทางการเมืองที่กว้างขึ้น
สำนักข่าววิหคนิวส์
หมายเหตุ: ยอดเงินบริจาค 1.3 ล้านบาทและการประเมินแนวโน้มการยกระดับการชุมนุม เป็นข้อมูลและความเห็นที่นายเทพไท เสนพงศ์นำเสนอ ส่วนประกาศห้ามชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาลเป็นประกาศของ บช.น. ตามกฎหมาย
แหล่งอ้างอิง: เฟซบุ๊กนายเทพไท เสนพงศ์, ไทยโพสต์, THE KEY NEW, ไทยพีบีเอส และกองบัญชาการตำรวจนครบาล
#เทพไทเสนพงศ์ #กำนันมะโน #คาร์ม็อบ #ม็อบทำเนียบ #ลดราคาน้ำมัน #ฮั้วสว #โกงสอบท้องถิ่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #การเมืองไทย #วิหคนิวส์
