กรุงเทพฯ — พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางพิจารณาคดี “ฮั้วเลือก สว.” หลัง กกต.มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ให้ยื่นศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา 77 ราย จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย
พีระพันธุ์เสนอ 5 ประเด็นสำคัญ โดยเห็นว่า หากเป็นคดีที่มีลักษณะเครือข่าย ต้องพิจารณาความเชื่อมโยงตั้งแต่การวางแผน สั่งการ แบ่งหน้าที่ ไปจนถึงผลของการกระทำ ไม่ควรแยกพิจารณาแต่ละบุคคลจนขาดภาพรวม
พร้อมย้ำว่าหลักฐานต้องดู “ทั้งชุด” ทั้งพยานบุคคล เอกสาร วัตถุพยาน และพฤติการณ์แวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “มองช้างทั้งตัว” ที่ สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย เคยอธิบายต่อสาธารณะหลังมติ กกต.
อีกประเด็นคือ กกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานให้รอบด้าน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและส่งให้ศาลพิจารณาในส่วนที่กฎหมายกำหนด ขณะที่กรณี พยานกลับคำ ก็ไม่ควรถือเป็นเหตุให้คดีจบลงทันที แต่ต้องตรวจสอบคำให้การเดิม คำให้การใหม่ และสาเหตุของการเปลี่ยนคำให้การ
ข้อสุดท้าย พีระพันธุ์เห็นว่า หากหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคล กลุ่ม หรือพรรคการเมืองใด ก็ควรตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่การถูกกล่าวหาหรือถูกตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่ามีความผิด ซึ่งยังต้องพิสูจน์เป็นรายบุคคลตามกระบวนการกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: UTN Today, สำนักงาน กกต., Thai PBS, มติชน, สำนักข่าวอิศรา, The Standard, ฐานเศรษฐกิจ
#พีระพันธุ์ #พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค #ฮั้วสว #กกต #เลือกสว #สิทธิโชติอินทรวิเศษ #การเมืองไทย #วิหคนิวส์


