18 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.55 น. ตามเวลาประเทศไทย
พื้นที่เกิดเหตุ: อิหร่าน อ่าวเปอร์เซีย และช่องแคบฮอร์มุซ
ระอุไม่หยุด! สหรัฐฯ และอิหร่านยกระดับการโจมตีตอบโต้กันอีกระลอก หลังศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านดำเนินต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7
ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าเป้าหมายรวมถึงสถานีตรวจการณ์ คลังอาวุธ โครงสร้างลำเลียงทางทหาร และขีดความสามารถทางทะเลของอิหร่าน
ด้านเตหะรานประกาศตอบโต้เป้าหมายในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ และจอร์แดน รวมถึงอ้างว่ายิงขีปนาวุธใส่เรือรบสหรัฐฯ แต่ความเสียหายบางจุดยังเป็นคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวและต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
โรงผลิตน้ำคูเวตถูกโจมตี
ทางการคูเวตยืนยันว่า การโจมตีสร้างความเสียหายต่อสถานีผลิตไฟฟ้าและผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ก่อนเจ้าหน้าที่เปิดใช้แผนฉุกเฉิน
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างหนัก เพราะคูเวตพึ่งพาระบบกลั่นน้ำทะเลเป็นแหล่งน้ำจืดหลัก การโจมตีจึงอาจกระทบทั้งไฟฟ้าและน้ำดื่มของประชาชน
ขณะที่อิหร่านรายงานว่า ระบบไฟฟ้าและปั๊มน้ำในเมืองจัสก์ถูกโจมตีเช่นกัน พร้อมมีรายงานผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และความเสียหายต่อสะพานกับอุโมงค์ แต่ตัวเลขยังอาจเปลี่ยนแปลง
ฮอร์มุซเดือด—เรือสินค้าติดกลางวงปิดล้อม
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก กำลังกลายเป็นอีกสมรภูมิ
สหรัฐฯ ระบุว่าได้บังคับเปลี่ยนเส้นทางและขึ้นตรวจเรือพาณิชย์บางลำ ขณะที่อิหร่านอ้างว่าได้หยุดเรือที่ฝ่าฝืนกฎของตนเช่นกัน
เตหะรานยังกล่าวอ้างว่าเรือบรรทุกน้ำมันสองลำเกิดระเบิดจากทุ่นระเบิด แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธ จึงยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้
ความตึงเครียดส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ท่ามกลางความกลัวว่าเส้นทางพลังงานออกจากอ่าวเปอร์เซียอาจถูกตัดขาด
สงครามที่กลับมาปะทุ
ความขัดแย้งรอบใหญ่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนมีการประกาศหยุดยิงในเดือนเมษายน แต่การสู้รบกลับมาอีกครั้งตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม
สถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เพียงการวัดกำลังระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่กำลังลุกลามสู่โครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางเดินเรือ น้ำมัน ไฟฟ้า และน้ำดื่ม
คำถามใหญ่คือ ประเทศใดจะถูกดึงเข้าสู่วงไฟเพิ่ม และเศรษฐกิจโลกจะรับแรงกระแทกจากช่องแคบฮอร์มุซได้นานเพียงใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
Reuters
Associated Press
ศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ หรือ CENTCOM
แถลงการณ์ทางการคูเวตและสื่อทางการอิหร่าน
