บริเวณด้านหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มสมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ พร้อมกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มประชาชนที่ร่วมกันออกมาชุมนุม
แนวหน้า-พร้อมอ่านแถลงการณ์ประกาศเจตนารมณ์ต่อการเลือกตั้ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลเผด็จการทหาร โดยมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คอยดูแลความสงบเรียบร้อยและควบคุมให้อยู่ในกรอบ
จากนั้น นายประสิทธิ์ อ่านแถลงการณ์ว่า ภายหลังการเถลิงอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จนมาถึงการจัดตั้งเผด็จการทหารของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กระทำการละเมิดหลักการแห่งสิทธิมนุษยชนมากมาย กระทำการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ ตลอดจนริดรอนเสรีภาพทางการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองเป็นวงกว้าง ทำให้ราชอาณาจักรไทยอยู่ภายใต้ความเงียบวังเวง และคุกรุ่นไปด้วยความหวาดกลัว
อีกทั้ง การกระทำที่ส่อถึงความอยุติธรรมของรัฐบาลเผด็จการนี้ การเอื้อประโยชน์เพื่อพวกพ้องการพิทักษ์รักษาอำนาจของตนไว้อย่างแน่นหนา การพยายามวางรากฐานแห่งการสืบทอดอำนาจไปอย่างยืดยาว กระทั่งมาบัดนี้ การประกาศเลื่อนเลือกตั้งจากกำหนดเดิมในต้นปี 2561 ไปเป็นปลายปี 2562 ก็ช่วยสะท้อนการพยายามครองอำนาจเต็มของรัฐบาลนี้ได้เป็นอย่างดี ตลอดจนนี่ไม่ใช่การเลื่อนเลือกตั้งครั้งแรก พลเอกประยุทธ์ ได้กระทำการตระบัดสัตย์ต่อคำพูดตนมาหลายครั้งแล้ว
พวกเราสมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อประชาธิปไตย ในฐานะกลุ่มพลเมืองในรัฐขอประฌามการกระทำอันอยุติธรรม อันละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนทุกการกระทำของรัฐบาลเผด็จการทหารนี้ และขอประกาศเจตนารมณ์ไว้ว่า พวกเราต้องการให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เพื่อให้พลเมืองในรัฐมีอำนาจในการตัดสินใจเลือกผู้ทำหน้าที่แทนของตนเองในสภาผู้แทนราษฎร หาใช่สภาที่มาจาการแต่งตั้งเช่นนี้
นอกจากนี้ ยังขอเรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการทหารชุดนี้ ยุติการฟ้องร้องดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เห็นต่างจากตน ยกเลิกการใช้ประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และลงจากอำนาจโดยปราศจากการนิรโทษกรรมตัวเอง และน้อมรับการพิพากษาในฐานะผู้ล้มล้างรัฐธรรมนูญ
ด้านนายพิชิต ตามูล หรือ “ดาบชิต” ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตแกนนำกลุ่ม นปช.แดงเชียงใหม่ กล่าวว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ตนผ่านการเลือกตั้งมา 4 – 5 รอบ ตนอยากเจอบรรยากาศแบบเก่า แต่วันนี้เป็นวันแห่งความรัก และน้องๆ อยากเลือกตั้ง ตนอยู่ใกล้ๆ กับ มช.จึงเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย และขอเป็นอีกเสียงหนึ่งที่วอนไปถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมืองว่า ควรยึดมั่นในคำพูดของตัวเอง ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่อย่างนี้
“ตอนนี้คำพูดที่ออกมาจากปากผู้นำ ทำให้ความเชื่อมั่นมันหดหายไปแล้ว ผมขาดความเชื่อมั่นกับผู้บริหารประเทศไปแล้ว ตอนนี้ก็อยากบอกว่า สิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ขอรักษาคำพูดตนเองสักครั้ง อย่าให้เป็นเด็กเลี้ยงแกะ “หัวหงอก หัวดำ” กันหมดแล้ว เหลืออีกไม่กี่ปีก็จะตายกันหมดแล้วแล้ว อย่าดูถูกประชาชนให้มากนัก แผ่นดินนี้ทุกคนประชาชนเป็นเจ้าของร่วม ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง อย่าคิดว่าตนเองเป็นเจ้าของแผ่นดิน อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนรักชาติคนเดียว ทุกคนรักชาติไม่ด้อยกว่ากัน” นายพิชิต กล่าว
สำนักข่าววิหคนิวส์



