อย่าหลุดออกจากหลัก
การเพิ่มเงินจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือน จำกัดเฉพาะ 9 ล้านคน แทนที่จะกระจายเพิ่ม ให้ครบทุกคน หรือเพิ่มเป็น 18 ล้านคน เป็นหลักคิดที่ผิดพลาด และจะส่งผลทำให้กระแสตีกลับ

เคยเตือนแล้วว่า 7 วันหลัง วันที่ 28 มีนาคม 2563 อันเป็นวันลงทะเบียน ถ้ามาตรการเยียวยา ไม่ครบทุกคน หรือไม่ดีพอ กระแสต่อต้านจะพรึบทันที แม้จะให้ใช้ไฟฟรี 70 หน่วย งดชำระต้น-ดอก หนี้ในธนาคาร บัตรเครดิต แจกอาหาร ที่พัก ดูแลชุมชน แก้ปัญหาหน้ากาก หรือปล่อยกู้ดอกเบี้ยถูก กักโรคที่สัตหีบ ให้หมอทหารมาช่วยคนป่วย ยกเลิกส่งออกหน้ากาก จะดีขึ้นก็ตาม
จึงต้องยึดหลักการเยียวยาให้ครบทุกคน ทุกอาชีพ ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นปัจจัยหลักก่อน เพราะหัวใจสำคัญในยุทธการ “ไวรัสพินาศ ประชาชนต้องพ้นภัย” อยู่ที่การเยียวยาให้ทั่วถึง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในยามนี้
หลักรองคือ กู้ยืม และกระตุ้น ฟื้นฟูเศรษฐกิจตามลำดับ อย่าทำทุกอย่างไปพร้อมๆกัน ทั้งผู้ปฏิบัติและประชาชนจะสับสน กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน ทีละขั้นตอน ไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ เกมส์นี้มันอีกยาว เดี๋ยวจะหมดมุขเสียก่อน ต้องทำแต่พอดี อย่าช้าหรือเร็วเกินไป
หากเดินหมากพลาด คะแนนนิยมที่ดีขึ้น ก็จะร่วงลง และจะกลายเป็นต่อต้าน หากแก้ไม่ถูกทาง ทุกอย่างมีหลัก ต้องจับหลักให้เจอ อย่าวอกแวก หลงตามสถานการณ์ คนใกล้ตัว ที่เสนอเรื่องสารพัด แอบแฝงเอาเข้าประโยชน์กับพวกตนเอง จนเกิดความสับสน
เดินการเมืองการปกครอง ต้องยึดหลักเป็นสำคัญ ทางวิชาการเรียกว่าตัวแปรต้น ขยายตามตัวแปรตาม แต่ต้องยืนบนหลัก โดยส่วนใหญ่เดินมาถูกทางแล้ว จับหลักให้เจอ อย่าสับสนในหลัก อย่าหลุดจากหลัก การบริหาร จัดการประเทศ ก็จะเป็นได้โดยง่าย
“ เดินการเมือง ก็เหมือนเดินหมากรุก พลาดหมากเดียว ล้มทั้งกระดาน “
ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
8 เมษายน 2563
(จ่ายเงินเยียวยาชุดแรก)