หวยมันคือวิกฤติ ที่เป็นโอกาส
ผลกระทบจากไวรัสได้แพร่กระจายความเดือดร้อนไปในทุกสาขาอาชีพ จนส่งผลทำใหมีการเลื่อนออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกไปอีก 15 วันเนื่องจาก สมาคม องค์กรผู้ประกอบการ ที่เป็นนายหน้าอ้างว่าขายไม่ได้ ไม่มีคนซื้อ

หวยเกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 2375 รัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงขาดแคลน ข้าวยากหมากแพง คนไม่ยอมนำเงินมาใช้ เอาเงินไปฝังไว้ในดิน ต่อมาได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการตั้งหวย จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระศรีไชยบาล (จีนหง) (ภายหลังเลื่อนยศเป็นพระยาศรีไชยบาล) ตั้งโรงหวยขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้น
หวยในระยะแรกจะเล่นอยู่ในกลุ่มชาวจีน เรียกว่า “ฮวยหวย” (花會) แปลว่า ชุมนุมดอกไม้ เพราะเริ่มแรกเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อคนจีน โดยทำเป็นแผ่นป้ายเล็ก ๆ จำนวน 34 ป้าย แล้วเขียนชื่อของผู้มีชื่อเสียงในสมัยโบราณเอาไว้บนป้าย ให้แทงว่าจะออกเป็นชื่อใคร ถ้าทายถูกเจ้ามือจ่าย 30 ต่อหนึ่ง ต่อมาเมื่อการพนันแพร่ระบาดสู่สังคมไทย จึงได้มีการออกหวยที่เป็นอักษรไทย (ซึ่งใช้ตัวอักษร 36 ตัว) จึงมีชื่อเรียกว่า “หวย ก ข” โดยโรงหวยเป็นของรัฐที่มีเอกชน เป็นผู้ได้รับสัมปทานดำเนินการ ทั้งนี้นายอากรหวย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนบาล” หรือ “ขุนบาน” โดยรายได้จากอากรหวยมีเป็นจำนวนมาก และได้กลายเป็นรายได้ที่สำคัญของรัฐ
ความต้องการเล่นหวยมีมากกว่าที่รัฐจะจัดให้เล่นได้ จึงได้เกิดขุนบานเถื่อนขึ้นทั่วประเทศ ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริ ที่จะยกเลิกการเล่นพนัน แต่เนื่องจากอากรหวยเป็นรายได้ที่สำคัญ จึงได้ทรงยกเลิกอากรบ่อนเบี้ยก่อน และค่อยมีการยกเลิกอากรหวยในสมัยรัชกาลที่ 6
ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้มีการออกล็อตเตอรีขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อหารายได้บำรุงการกุศล และได้มีการออกล็อตเตอรีในวาระพิเศษอีกหลายครั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบำรุงสาธารณะกุศล จนกระทั่งรัฐบาลภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475 ได้ให้มีการออกล็อตเตอรี่เป็นประจำ และในปี พ.ศ. 2482 ได้มีการจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้มีการออกล็อตเตอรี่เป็นประจำ การเล่นหวยจึงได้เปลี่ยนมาใช้เลขท้าย ของล็อตเตอรี่ เป็นการออกหวยแทนหวย ก ข แบบเดิม
ปัจจุบันสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวยนั้น ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาไปไกล Lotto หรือหวยออนไลน์ ที่สามารถซื้อขายผ่านระบบ มีใบรับรองคล้ายตั๋วหนักในระยะเริ่มต้น ปัจจุบันมีการซื้อขายผ่านโทรศัพย์มือถือ มีการออกสลากจากราย 15 วันมาเป็นราย 7 วัน ในยามนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะสามารถปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยปรับให้เข้ากับสถานการณ์
จัดให้มีการทำสลากออนไลน์ หรือ Lotto ขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เป็นในส่วนวิธีการออกสลากกินแบ่งแบบเดิม ใช้ระบบการปั่นส่วนแบบเดิม ให้องค์การ สมาคม แต่ปรับปรุงสลากจากกระดาษ เป็นทั้งกระดาษและออนไลน์ควบคู่กัน เช่น สมาคม ก. ได้รับโควต้าสลาก 1 หมื่นชุด เป็นกระดาษเสีย 5000 ชุด อีก 5000 ชุดเป็นแบบออนไลน์ ผ่าน APP ในมือถือ หรือ เวบไซค์ เพื่อสะดวกในการจำหน่ายแบบปกติ และระบบใหม่ ในระยะแรก ระยะต่อไปค่อยมีการยกเลิกระบบกระดาษ
ส่วนที่ 2 เป็นสลากออนไลน์ นำหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน อีกรูปแบบหนึ่ง โดยแบ่งการจำหน่ายเป็นระบบออนไลน์ ที่รัฐบาลสามารถขายตรงถึงผู้บริโภค อันจะสร้างรายได้ให้ภาครัฐมากกว่า 1 แสนล้านบาท/ปี โดยอาจเพิ่มการแบ่งการออกสลากเป็นรายสัปดาห์ก็ได้ ในยามประเทศวิกฤติ เพื่อนำรายได้มาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไวรัส
จากมาตรการสองส่วนนี้ จะเป็นการสร้างรายได้ให้รัฐบาลอย่างมหาศาล แต่หัวใจสำคัญต้องนำเงินเข้าคลังก่อน หากจะนำมาใช้ได้ เว้นแต่จะมีการออก พรก.-พรบ.แก้ไข-เพิ่มเติมขึ้น แค่นี้ก็สร้างรายได้ให้กับประเทศ ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมชาติใดมาเยียวยาประชาชน ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็จะคงอยู่ตามราคาที่ภาครัฐกำหนด สะดวกง่าย ต่อการซื้อขาย ไม่มีการรีดไถ ทุจริต ทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งสามารถเปิดให้เจ้ามือหวยใต้ดิน มาซื้อโควต้า เพื่อนำไปจำหน่ายต่อได้ อันเป็นการสร้างอาชีพอีกทางหนึ่ง อันทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้ง รัฐบาล ผู้ค้าสลาก เจ้ามือหวยใต้ดิน และประชาชน
ส่วนปัญหาระยะสั้น สมาคมผู้ค้าสลากต้องการเลื่อนการออกสลากไป ก่อนหน้านี้ได้เลื่อนการออกสลากมาแล้วครั้งหนึ่งนั้น ที่ผ่านมาผู้ค้าสลากส่วนใหญ่ ได้รับเงินเยียวยา 5000 ไปแล้วในรายบุคคล ประชาชนที่ซื้อสลากต่างไม่พอใจ เพราะคาดหวังกับการออกสลาก ประกอบกับเมื่อสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ออก จึงกระทบสิทธิของผู้ซื้อสลากออมสิน ก็ไม่ได้รับการตรวจสลากด้วย จึงมิควรเลื่อนการออกสลากซ้ำสอง
โอกาสนี้หากมองเป็นวิกฤติ แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส ในดีย่อมมีเสีย ในเสียย่อมมีดี อยู่ที่ว่าจะนำมาปรับใช้อย่างไร ให้เหมาะสมอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำนั่นเอง
ดั่ง พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559 ที่ว่า,,,
“…ขอให้พรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ตลอดจนขวัญ และความสุขเพื่อปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ ประชาชน ซึ่งถ้าปฏิบัติได้ดี มีความตั้งใจ และมีความขันติ มีความอดทน ตลอดจนมีความกระตือรือร้น ที่จะศึกษาปัญหา และแก้ปัญหาก็จะได้ผลต่อประเทศ และเป็นบุญเป็นกุศลที่ท่านได้ทำให้กับตนเองด้วย เพราะว่าการปฏิบัติงานนั้น ไม่ว่าจะปฏิบัติงานใดย่อมมีปัญหา ย่อมมีอุปสรรค คือปัญหา และอุปสรรคนั้นเป็นบททดสอบ และบททดสอบนี้จะเป็นบทเรียนและสิ่งที่จะเพิ่มความสามารถให้แก่ท่าน มีอะไรก็ปรึกษากัน หาข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทันการณ์ สมกับสถานการณ์ และเหตุผล…”

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
14 เมษายน 2563