หยวน ซื่อไข่ ผู้แสร้งจงรักภักดี สู่ผู้ล้มราชวงค์จีน ที่ยืนหยัดมากว่า 5000 ปี
เรื่องของ หยวน ซื่อไข่ (袁世凯) เป็นหนึ่งในบทเรียนประวัติศาสตร์จีนที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างชัดเจน จากขุนนางผู้จงรักภักดี ต่อซูสีไทเฮา สู่ผู้มีบทบาทในการโค่นล้มระบอบจักรพรรดิ
หยวน ซื่อไข่ เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในปลายราชวงศ์ชิง เขาเป็นแม่ทัพผู้มีความสามารถ และได้รับความไว้วางใจจาก ซูสีไทเฮา (慈禧太后) ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในราชสำนัก
เขาก่อตั้งและควบคุม กองทัพเป่ยหยาง ซึ่งเป็นกองทัพสมัยใหม่ที่สุดของจีนในเวลานั้น ทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญที่ราชสำนักต้องพึ่งพา
ในสายตาของราชสำนัก เขาคือ “เสาหลักแห่งราชวงศ์” ในขณะที่เขาทุจริตทุกทาง รวบรวมกำลังพล เพื่อสั่งสมอำนาจ ผูกมิตรกับเหล่าทหารผู้จงรักภักดี
จุดหักเห: การปฏิวัติซินไฮ่ (1911)
เมื่อการลุกฮือทั่วประเทศนำไปสู่ การปฏิวัติซินไฮ่ (辛亥革命) ราชวงศ์ชิงสั่นคลอนอย่างหนัก
หยวน ซื่อไข่ ถูกเรียกตัวกลับมาคุมกองทัพเพื่อปราบกบฏ แต่เขามองเห็นทิศทางลมทางการเมือง
แทนที่จะกู้ราชวงศ์ เขาเลือก เจรจา กับฝ่ายปฏิวัติ นำโดย ซุน ยัตเซ็น
ผลลัพธ์คือ:
• จักรพรรดิองค์สุดท้ายสละราชสมบัติ (1912)
• ระบอบจักรพรรดิสิ้นสุดลง
• สาธารณรัฐจีนถือกำเนิด
👉 หยวน ซื่อไข่ กลายเป็น ประธานาธิบดีคนแรก ของสาธารณรัฐจีน และสถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
⸻
👑 จากผู้โค่นล้มจักรพรรดิ…สู่ผู้ใฝ่บัลลังก์
หลังได้อำนาจ เขาค่อย ๆ รวบอำนาจไว้ที่ตนเอง ยุบพรรคการเมือง และปกครองแบบเผด็จการ
ปี 1915 เขาประกาศตั้งตนเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิจีนใหม่
แต่ครั้งนี้ ประชาชนและขุนศึกทั่วประเทศต่อต้าน
จักรวรรดิของเขาอยู่ได้เพียง 83 วัน ก่อนล่มสลาย
⸻
🪶 บทสรุป
หยวน ซื่อไข่ คือบุคคลที่สะท้อนความย้อนแย้งทางการเมือง:
• จากผู้ภักดีต่อราชวงศ์
• สู่ผู้โค่นล้มระบบจักรพรรดิ
• และสุดท้าย ผู้พยายามฟื้นฟูบัลลังก์เพื่อตนเอง
เรื่องของเขามักถูกใช้เป็นตัวอย่างของอำนาจ ความทะเยอทะยาน และการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยในประวัติศาสตร์จีน
ที่น่าสนใจคือใครจะเป็น หยวน ซื่อไข่ (袁世凯) คนที่ 2 หลังจาก ใช้หลักในจีน ติดคุกไปแล้ว? และกำลังจะออกมาล้างแค้น ทั้ง 2 มีหลักเดียวกัน “ แสร้งจงรักภักดี ”
“ เดินการเมืองก็เหมือนเดินหมากรุก พลาดหมากเดียว ล้มทั้งกระดาน ”
ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
14 กุมภาพันธ์ 2569
