Top News – อดีตผู้สมัครสส. แฉหมดเปลือก “พรรคส้ม” เน้นสร้างกระแส ทำงานไม่เป็น เคยชงข้อมูลบัญชีม้า สแกมเมอร์ โดนเมิน แก้ปัญหาชาวประมงไม่ได้ ต้องให้ “ธรรมนัส” ช่วย
อดีตผู้สมัครสส. แฉหมดเปลือก “พรรคส้ม” เน้นสร้างกระแส ทำงานไม่เป็น เคยชงข้อมูลบัญชีม้า สแกมเมอร์ โดนเมินแก้ปัญหาชาวประมงไม่ได้ ต้องให้ “ธรรมนัส” ช่วย
วันนี้ 29 ม.ค.69 นายสุบิน หีมใบ อดีตผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 8 พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงเบื้องหลังของการทำงานของพรรคส้มว่า สมัยที่ตนทำงานเป็นผู้ช่วย สส.พรรคก้าวไกล เคยเอาข้อมูลบัญชีม้า สแกมเมอร์ไปให้ สส.ของพรรคที่สภาฯ โดยรอที่จะคุยรายละเอียดเรื่องนี้กับ สส.นานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ไม่ได้คุย พอประชุมสภาฯ เสร็จ สส.ก็บอกว่าขอกลับก่อนมีธุระ
นอกจากนั้น ตนยังเคยพยายามผลักดันเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องเงินเยียวยาให้ชาวประมง แต่ก็ไม่ได้การตอบรับจากพรรค กลายเป็นคนนอกพรรคอย่าง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในขณะนั้นเป็นคนแก้ปัญหาให้ภายใน 1 เดือน ทุกอย่างจบหมด
“การสะท้อนปัญหาของชาวบ้านให้พรรคฟัง มันเหมือนเราพูดอยู่ฝ่ายเดียว อาจจะด้วยประสบการณ์การทำงาน เหมือนมันอยู่ในหัวของเขาว่าเขาทำได้ดี แต่พอทำจริงๆ แล้วเขาทำไม่เป็น นั่นคือพฤติกรรมที่ไม่ตรงปกในการทำการเมือง คนอื่นเลวหมด แต่ตัวเองสร้างจินตนาการว่าต้องเป็นพรรคก้าวไกลเท่านั้นที่เปลี่ยนการเมืองได้ แต่มันไม่ใช่”
ส่วนเงินที่พรรคได้รับการสนับสนุนเข้ามาจำนวนมาก ถูกนำไปใช้ในการบริหารพรรค การสร้างเครือข่าย แต่ไม่มีส่วนในการช่วยเหลือชาวบ้านเลย ตนก็ใช้เงินส่วนตัวในการทำการเมือง ส่วนเงินเดือนผู้ช่วย สส.ที่ได้ ส่วนนึงก็ต้องบริจาคกลับไปให้พรรค เพราะระบบมันเป็นแบบนี้ ซึ่งทุกคนจะต้องทำเหมือนกันหมด
นายสุบิน เปิดเผยอีกว่า ที่พรรคบอกว่าสนับสนุนเสรีภาพทางเพศ เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งมาก เพราะนางสาวกฤษฎิ์ ชีวะ ธรรมานนท์ อดีต สส.พรรคก้าวไกล เคยโดน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคด่าว่า “อีทอม” เขาจึงทนอยู่ในพรรคนี้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะมันเป็นการเหยียดเพศ
ที่ผ่านมาพรรคสร้างภาพที่สร้างแรงสั่นสะเทือนหรือกระแสได้ดีมาก พอคนตกเป็นทาสความคิดของเขาแล้ว เขาสั่งอะไรเราก็ต้องทำ เขาว่าอะไรเราก็ต้องเชื่อ มันไม่มีคนที่กล้าเหมือนตนที่จะออกมาพูดแบบนี้หรอก เพราะมันจะมีรถทัวร์เป็นสิบๆ คันเข้าไปจอดหน้าบ้าน แล้วด่าคุณสารพัด
นายสุบิน เปิดเผยต่อว่า ตอนที่ตนเข้ามาพรรคส้มใหม่ๆ มีแม่ค้าในตลาดด่าตนว่าเป็นพวกล้มเจ้า แต่ตนยังเข้าข้างตัวเองว่า เฮ้ยพรรคของเราต้องการทำให้สถาบันดีขึ้น เพราะเราโดนครอบงำความรู้สึกตรงนั้นไปแล้ว แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปกลับได้เห็น สส.กฤษฎิ์ ที่แสดงความจงรักภักดี เมื่อเขาเดินเข้าไปในพรรค ไม่มีใครคุยกับเขาเลย ตนจึงตาสว่าง
“อยากฝากถึงโหวตเตอร์ว่าต้องคิดให้เยอะ ว่าสิ่งที่เขาพูดมาในหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะการทำงาน ที่ยังทำงานไม่เป็น การตัดสินใจที่ขาดวุฒิภาวะ เพราะผมเจอเรื่องทั้งหมดนี้มาด้วยตัวเองแล้ว อยากให้พวกคุณคิดให้ดี ก่อนจะตัดสินใจลงคะแนน” นายสุบิน กล่าวทิ้งท้าย
แหล่งที่มา : สำนักข่าว Top News
