นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้ เฟสบุ๊กไลฟ์ ถึงกรณีการอายัดบัญชี13 พันธมิตร ว่า เรื่องที่แกนนำพันธมิตร 13 คนถูกอายัดบัญชีนี้ เป็นข่าวใหญ่และเป็นข่าวที่สะเทือนใจเรามาก
ตนได้ติดตามข่าวนี้ และความเป็นมาของเรื่องนี้ คือว่าทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแกนนำพันธมิตร 13 คน ข้อหาบุกรุกสนามบิน และทำให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เสียหาย ฟ้องคดีมาตั้งแต่2552 สู้คดีมา 8 ปีจนในที่สุดคดีถึงที่สุดศาลแพ่ง มีคำพิพากษาให้แกนนำพันธมิตรทั้ง 13 คน ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนเงิน 522 ล้านบาทและต้องเสียดอกเบี้ยอีก 7.5 % นับตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.2551 เป็นต้นมา คิดเป็นยอดรวมประมาณ 800 ล้านบาทเศษ แกนนำพันธมิตรแต่ละท่านจะต้องจ่ายค่าเสียหายคนละ 61 ล้านบาทเศษ ก็มากอยู่ และเกิดการอายัดบัญชี
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ที่กล่าวมาคือขั้นตอนปกติที่ทางเจ้าหนี้คือการท่าฯเขาไปยื่นคำร้องขอให้เริ่มต้นกระบวนการบังคับคดี เจ้าพนักงานกรมบังคับคดีต้องดำเนินการ คืออายัดยึดทรัพย์ตามลำดับ แต่ในทางปฏิบัติ ที่เขาปฏิบัติกันตามปกติระหว่างเจ้าหนี้ลูกหนี้เมื่อเกิดคดีความแพ่ง ก็ยังถือว่ามีขั้นตอนของการเจรจาได้อีก ถ้าลูกหนี้ไปขอเจรจา เพื่อผ่อนชำระเงินค่าเสียหายเป็นงวด 3 เดือน 6เดือน ปีหนึ่ง ระยะเวลา อยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ กรณีอย่างนี้กฎหมายให้เวลาในการชำระหนึ้ ถึง 10 ปี ก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะมีใจเอื้อเฟื้อผ่อนปรนให้กับลูกหนี้อย่างไร
นายสุเทพ กล่าวต่อว่าตนก็ขอใช้โอกาสนี้ เรียนบอกไปถึงผู้บริหาร การท่าฯไ ด้โปรดพิจารณาว่าจำเลยหรือลูกหนี้ทั้ง 13 คนนี้ ไม่ได้กระทำการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวที่ออกมาต้อสู้เคลื่อนไหวในคราวนั้นก็ด้วยหัวใจรักชาติรักแผ่นดินลุกขึ้นมาต่อสู้ กับรัฐบาลที่เป็นทรราช รัฐบาลที่ใช้อำนาจโดยมิชอบและรัฐบาลที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชั่นจนเป็นเหตุให้บ้านเมืองเสียหายผู้คนประชาชนก็ออกมา เดิมครั้งแรกเขาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล แต่เมื่อถูกทำร้ายด้วยอาวุธสงคราม ด้วยเครื่องยิงระเบิดM79 บาดเจ็บล้มตายกันมาก ก็เลยย้ายที่ไปชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ และนั่นเป็นที่มาของการถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ และทำให้เกิดความเสียหาย ถูกดำเนินคดีทางทางแพ่งและทางอาญา ทางอาญามีจำเลยรวมทั้งสิ้น 98 คน ดำเนินคดีไปด้วยความล่าช้ามาเพราะจำเลยมีจำนวนมาก เพิ่งสืบพยานโจทก์ไปได้ไม่กี่ปาก ยังไม่ทราบว่าคดีนี้จะถึงที่สิ้นสุดเมื่อไร คดีแพ่งมีจำเลยเพียง 13คน คดีจึงได้พิจารณาไปด้วยความรวดเร็ว ล้ำหน้าคดีอาญามาก
นายสุเทพกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามก็ได้แต่ให้กำลังใจ ให้แก่พันธมิตรทั้ง 13 คน และเชื่อว่า ถ้าพี่น้องประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริง ได้รำลึกถึงสิ่งที่เขาทำมา ก็จะให้กำลังใจกับคนเหล่านี้เช่นเดียวกับตน เพื่อเป็นการรำลึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้ทบทวนได้ว่าบรรดาแกนนำทั้ง 13คนเหล่านี้ เขามีบทบาทอย่างไรในการออกมาต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินจนเป็นเหตุให้ถูกนำมาดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ต้องรับชะตากรรม อย่างที่เห็นในขณะนี้ และตนจะขอนำเสนอเรื่องราวของแกนนำทั้ง 13คน ผ่านทางFacebook ของตน พี่น้องประชาชนก็ติดตามกันได้
สำนักข่าววิหคนิวส์





