นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า

“ที่ผ่านมาธปท.ได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระเงินต้น หรือ การยืดระยะเวลาของหนี้ออกไป ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0.75% นำไปสู่การลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เพิ่มเติม แต่มองว่าการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก” นายวิรไทกล่าว
นายวิรไทกล่าวว่า มาตรการประกอบด้วย 1.บัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน โดยลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำจาก10% เหลือ 5% ในปี 2563-2564 และในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นเป็น 8% และกลับสู่ 10% ในปี 2566 นอกจากนี้ ลูกหนี้สามารถเปลี่ยนแปลงหนี้เป็นสินเชื่อระยะยาวที่ดอกเบี้ยต่ำลงได้ 2.สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่อนชำระเป็นงวดและสินเชื่อจำนำทะเบียน โดยธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จะผ่อนผันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน และผู้ให้บริการอื่นเลือกดำเนินการระหว่างเลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือ ลดค่างวดอย่างน้อย 30% ของค่างวดเดิมเป็นเวลา 6 เดือน 3.สินเชื่อเช่าซื้อ ประเภทรถมอเตอร์ไซต์ วงเงินไม่เกิน 350,000 บาท และรถทุกประเภท วงเงินไม่เกิน 250,000 บาท โดยผู้ให้บริการเลือกดำเนินการระหว่าง เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือพักชำระเงินต้นเป็นเวลา 6 เดือน 4.ลีสซิ่ง มูลหนี้คงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยผู้ให้บริการเลือกดำเนินการระหว่าง เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือ พักชำระเงินต้นเป็นเวลา 6 เดือน 5.สินเชื่อบ้าน วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท และ 6.สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ไมโครไฟแนนซ์ นาโนไฟแนนซ์ วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท ให้พักชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามสถานการณ์ของแต่ละราย
นายวิรไทกล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อให้กับลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นหนี้เสียนั้น เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะที่ผ่านมามีหลายคนพยายามติดต่อเข้าไปที่สถาบันการเงิน เพื่อที่จะเจรจาขอรับความช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อมีผู้ได้รับผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น ทำให้การติดต่อทำได้ยากลำบาก มาตรการขั้นต่ำวันนี้ จะช่วยลดภาระ และช่วยลดความกังวลที่จะต้องชำระค่างวดตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ซึ่งในส่วนของลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการขั้นต่ำครั้งนี้ รวมทั้งโครงการพิเศษที่แต่ละสถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบนี้ จะไม่มีผลต่อข้อมูลเครดิตของลูกหนี้ โดยลูกหนี้ยังคงมีสถานะปกติต่อเนื่อง นอกจากนี้ ลูกหนี้รายใดที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ และยังได้รับเงินเดือนอย่างต่อเนื่อง หรือมีรายได้ประจำ ก็อยากแนะนำให้ควรจะชำระเงินตามเงื่อนไขปกติ ซึ่งสถาบันการเงินต่างๆ จะมีเงื่อนไขพิเศษให้ในช่วงนี้ เพื่อช่วยจูงใจให้ชำระเงินได้ตามปกติ โดยเชื่อมั่นว่ามาตรการเหล่านี้จะลดภาระให้พี่น้องประชาชน และธุรกิจเอสเอ็มอีได้มากขึ้น ท่ามกลางภาวะวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
Cr:มติชน


