7 ต.ค. 2569
ศึกตรวจสอบ กกต. ขยับอีกขั้น! “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมนำผู้สมัคร ส.ว.ปี 2567 ที่ระบุว่าได้รับความเสียหายจากมติ กกต.ในคดีฮั้ว ส.ว. เข้ายื่นหนังสือต่อ ประธานศาลฎีกา วันที่ 8 ตุลาคมนี้
เป้าหมายคือขอให้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท 12/2569
โดยนายสมชัยเห็นว่า แนววินิจฉัยดังกล่าวมีผลจำกัดช่องทางที่ประชาชนจะฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้โดยตรง
เจ้าตัวหวังเปิด “ประตู” ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิฟ้องเจ้าหน้าที่หรือองค์กรอิสระที่ถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบเข้าสู่ศาลได้เอง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอน ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ก่อน
⸻
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า
ในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ตนพร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ว.ปี 2567 ซึ่งระบุว่าได้รับความเสียหายจากมติ กกต.ในคดีฮั้ว ส.ว. จะเดินทางไปยังศาลฎีกา สนามหลวง
เพื่อยื่นหนังสือต่อประธานศาลฎีกา
🚨 ขอ “ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา” ทบทวน วท 12/2569
สาระสำคัญของหนังสือ คือขอให้ประธานศาลฎีกานำประเด็นเข้าสู่การพิจารณาของ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
เพื่อทบทวนคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท 12/2569
นายสมชัยมองว่า แนววินิจฉัยดังกล่าวส่งผลให้การที่ประชาชนจะยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรง ถูกจำกัดมากขึ้น
และทำให้ผู้เสียหายต้องเดินผ่านกลไกอื่นก่อนเข้าสู่ศาล
💥 เป้าหมาย! ฟ้อง กกต.ตรง ไม่ต้องผ่าน ป.ป.ช.-อสส.
นายสมชัยอธิบายว่า สิ่งที่ต้องการผลักดันคือการเปิดช่องให้ประชาชนสามารถดำเนินคดีกับ กกต.ที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ โดยตรง
ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการร้องต่อ ป.ป.ช. แล้วส่งต่อไปยังอัยการสูงสุดก่อนถึงศาล
เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวอาจกินเวลายาวนานหลายปี
นายสมชัยประเมินว่า หากต้องผ่านกระบวนการ ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด อาจใช้เวลามากกว่า 3 ปี
จึงตั้งคำถามว่า ช่องทางเช่นนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยตรงหรือไม่
⚡ ชี้เป็นเรื่อง “สิทธิประชาชน” ไม่ใช่แค่คดี กกต.
ประเด็นที่นายสมชัยพยายามผลักดันจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะคดีฮั้ว ส.ว.เท่านั้น
แต่เป็นประเด็นใหญ่ในทางหลักการว่า
ประชาชนควรมีสิทธิฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อเจ้าหน้าที่รัฐหรือองค์กรอิสระโดยตรงได้มากเพียงใด
หากต้องบังคับให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอื่นทุกกรณี ก็อาจเกิดคำถามว่า เป็นการเพิ่มขั้นตอนจนกระทบสิทธิในการเข้าถึงศาลหรือไม่
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กระบวนการกลั่นกรองก่อนเข้าสู่ศาลก็มีเหตุผลในแง่การป้องกันการใช้คดีเป็นเครื่องมือโจมตีองค์กรหรือเจ้าหน้าที่โดยไม่มีมูล
ดังนั้น สิ่งที่นายสมชัยต้องการให้ทบทวน จึงเป็นจุดสมดุลระหว่าง “สิทธิของประชาชน” กับ “กระบวนการกลั่นกรองคดี”
⸻
🔥 ชูนนโยบายใหม่ ปธ.ศาลฎีกา “คุ้มครองประโยชน์สาธารณะ”
นายสมชัยยังเชื่อมโยงการยื่นหนังสือครั้งนี้กับนโยบายของประธานศาลฎีกาคนใหม่
โดยเฉพาะแนวทางในหมวด
“การคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ”
ซึ่งมีสาระให้ปรับปรุงมาตรการหรือกลไกในการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกขึ้น
นายสมชัยจึงเห็นว่า การเสนอให้ทบทวนแนววินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประชาชนในการฟ้องคดีโดยตรง สอดคล้องกับทิศทางนโยบายดังกล่าว
⚖️ ปม “นิติธรรม” กำลังกลายเป็นหัวใจของศึกนี้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ประธานศาลฎีกาคนใหม่ประกาศแนวทางการทำงานโดยเน้น
หลักนิติธรรม
การไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน
รวมถึงการคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม
จึงทำให้คำร้องของนายสมชัยมีนัยมากกว่าการขอเปลี่ยนแปลงแนววินิจฉัยเฉพาะคดีหนึ่ง
แต่กำลังโยนคำถามเข้าสู่ระดับโครงสร้างว่า
ประชาชนควรมีอำนาจตรวจสอบองค์กรอิสระผ่านศาลได้โดยตรงมากแค่ไหน
⸻
🚨 เชื่อมตรง “คดีฮั้ว ส.ว.”
การเคลื่อนไหวของนายสมชัยครั้งนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความขัดแย้งจาก คดีฮั้ว ส.ว.
เนื่องจากผู้ที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือร่วมกัน มีผู้สมัคร ส.ว.ปี 2567 ที่ระบุว่าตนได้รับความเสียหายจากมติของ กกต.
จึงทำให้การยื่นหนังสือวันที่ 8 ตุลาคม ไม่ได้เป็นเพียงการอภิปรายหลักกฎหมายในเชิงทฤษฎี
แต่มีผู้ที่อ้างสถานะเป็นผู้เสียหายจากการใช้อำนาจของ กกต. เข้ามาเป็นคู่ขนานกับข้อเสนอเชิงหลักการด้วย
💥 ถ้าทบทวนจริง อาจกระทบ “ช่องทางฟ้ององค์กรอิสระ”
หากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีการหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณา และเกิดการเปลี่ยนแนวทางในอนาคต ผลที่ตามมาอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ กกต.
แต่อาจส่งผลต่อภาพรวมของการฟ้องคดีต่อ องค์กรอิสระและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ในคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
เพราะหัวใจสำคัญคือคำถามว่า
ผู้เสียหายสามารถเดินเข้าสู่ศาลโดยตรงได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องผ่านองค์กรตรวจสอบและอัยการก่อน
ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลทั้งต่อสิทธิประชาชน ความรวดเร็วของกระบวนการ และระบบถ่วงดุลอำนาจรัฐ
⸻
🔥 8 ต.ค.จับตาศาลฎีกา เกมใหม่ตรวจสอบ “กกต.”
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. จึงเป็นอีกจังหวะสำคัญที่ต้องจับตา
เมื่ออดีต กกต.อย่าง “สมชัย” จะเดินหน้าเสนอให้ฝ่ายตุลาการสูงสุดพิจารณาทบทวนแนวทางที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประชาชนในการฟ้ององค์กรอิสระ
หากข้อเสนอได้รับการพิจารณา ย่อมเปิดการถกเถียงครั้งใหญ่เรื่องเส้นแบ่งระหว่าง
การคุ้มครององค์กรอิสระจากคดีที่ไม่มีมูล
กับ
การเปิดทางให้ประชาชนตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และในบริบทที่คดีฮั้ว ส.ว.กำลังกลายเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งทางการเมือง
ทุกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ กกต.-ป.ป.ช.-อัยการ-ศาล ย่อมมีผลต่อทิศทางของเกมนี้โดยตรง
ท้ายที่สุด การยื่นหนังสือครั้งนี้ยังเป็นเพียง ข้อเสนอให้มีการทบทวนแนววินิจฉัย
ยังไม่ได้หมายความว่าแนวคำวินิจฉัยเดิมจะถูกเปลี่ยนแปลง หรือประชาชนจะสามารถฟ้อง กกต.โดยตรงได้ทันที
คำตอบอยู่ที่กระบวนการพิจารณาของฝ่ายตุลาการหลังจากนี้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: MATICHON ONLINE
#สมชัย ศรีสุทธิยากร #กกต #ประธานศาลฎีกา #ศาลฎีกา #ศาลอาญาทุจริต #ปปช #อัยการสูงสุด #คดีฮั้วสว #ฮั้วสว #สว #องค์กรอิสระ #สิทธิประชาชน #หลักนิติธรรม #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์ #MATICHON ONLINE
