สุราษฎร์ธานี – วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดเวียงสระมีคำพิพากษาคดีของ กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าจากกรุงเทพฯ วัย 46 ปี ซึ่งถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการเผยแพร่ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กจำนวน 2 โพสต์ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2568
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยในแต่ละโพสต์เป็นการกระทำกรรมเดียวที่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ก่อนกำหนดโทษ จำคุกกระทงละ 3 ปี
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกิตติพงค์ให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เหลือ กระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็น จำคุก 2 ปี 12 เดือน หรือรวม 3 ปี
แต่คดีพลิกในช่วงการกำหนดโทษ เมื่อศาลพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีท่าทีสำนึกและประสงค์ทำงานจิตอาสา ประกอบกับปัจจัยส่วนบุคคลตามรายงานสืบเสาะ ศาลจึงเห็นสมควรให้โอกาสกลับตัว และมีคำสั่ง รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี
พร้อมกำหนด คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ทำกิจกรรมบริการสังคม 12 ชั่วโมง ห้ามกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันอีก และให้เข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างน้อย 1 โครงการ
ย้อนเส้นทางคดี จากโพสต์ปี 68 สู่คำพิพากษาปี 69
ต้นคดีมาจาก ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้าแจ้งความกล่าวหาที่ สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม และ 6 เมษายน 2568 โดยต่อมากิตติพงค์ถูกจับที่ย่านบางบอน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ตามหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ
หลังถูกนำตัวมายังสุราษฎร์ธานีและเข้าสู่ขั้นตอนฝากขัง เขาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท ก่อนที่อัยการจะยื่นฟ้องต่อศาลในเดือนกันยายน 2568 และศาลอนุญาตให้ประกันตัวต่อโดยใช้หลักทรัพย์เดิม
เดิมคดีมีนัดสืบพยานในเดือนมีนาคม 2569 แต่ต้องเลื่อนเนื่องจากจำเลยประสบอุบัติเหตุขาหัก กระทั่งวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 กิตติพงค์เปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพ ศาลจึงให้สืบเสาะและพินิจ ก่อนนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 23 กรกฎาคม 2569
“ทรงชัย” เคยเป็นผู้กล่าวหา ม.112 หลายคดี
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบชื่อของทรงชัยในฐานะผู้ริเริ่มหรือผู้กล่าวหาในคดีมาตรา 112 หลายกรณี โดยข้อมูลของ iLaw ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้รวบรวมว่า ทรงชัยเป็นผู้ริเริ่มคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 16 คดี ขณะที่ฐานข้อมูลคดีของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังปรากฏคดีในหลายจังหวัด เช่น พัทลุง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาบางรายมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด
คดีของกิตติพงค์จึงปิดฉากในชั้นศาลจังหวัดด้วยคำพิพากษาว่ามีความผิด แต่ ยังไม่ต้องรับโทษจำคุกทันที ภายใต้เงื่อนไขรอลงอาญาและคุมประพฤติ หากไม่มีการอุทธรณ์หรือความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการคดีต่อจากนี้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน – รายงานคำพิพากษาคดี, iLaw และรายงานข่าวแนวหน้า
วิหคนิวส์ #กิตติพงค์จวนวันเพ็ญ #มาตรา112 #ม112 #ศาลจังหวัดเวียงสระ #สุราษฎร์ธานี #พรบคอมพิวเตอร์ #รอลงอาญา #คุมประพฤติ #ทรงชัยเนียมหอม #ประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน

