ทบทวนความจำกันอีกครั้ง พวกติ่งทหารทั้งหลาย ที่พยายามยัดเยียดใส่ร้ายผมว่า วีระเปลี่ยนข้าง
วีระหันไปคบกับเสื้อแดง วีระไปรับเงินทักษิณ เพื่อมาล้มรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ต้องขอยืนยัน ผมยังคงอุดมการณ์เดิมที่ชัดเจน ไม่เคยเปลี่ยนคือ การช่วยราชการต้านภัยคอร์รัปชั่น ยังคงจุดยืนเดิมที่มั่นคง คือยืนอยู่บนการช่วยปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลัก
ผมได้ทำหน้าที่ช่วยราชการต้านภัยคอร์รัปชันให้กับสังคมไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปัจจุบัน ผมตรวจสอบทุจริตมาทุกรัฐบาล อย่างตรงไปตรงมา ไม่เคยยกเว้นให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น คนโกงต้องถูกตรวจสอบ และถูกลงโทษอย่างเสมอภาคกัน ผู้ใดโกงชาติ
ผู้ใดขายชาติ จะเป็นสีใดก็ตาม ต้องถูกตรวจสอบแม้เป็นทหารที่ยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องถูกตรวจสอบ และต้องถูกลงโทษ หากทำผิด
ดังนั้น การที่ผมตรวจสอบและเปิดโปงการทุจริตของ รัฐบาลทหาร คสช. จึงไม่ใช่การกลั่นแกล้งเพื่อที่จะ ทำร้ายทำลายทหาร คสช. แต่อย่างใด แต่เขาทำเองเขาทุจริตเองทั้งสิ้น ผู้ที่นำข้อมูลและหลักฐานมายื่น
ให้ผมตรวจสอบ ทั้งหมดล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ความจริงหลายเรื่องได้ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้ว
ตลอดชีวิตผมตั้งแต่เป็นนักเรียน ได้ร่วมต่อสู้ขับไล่เผด็จการมาโดยตลอด ตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ16ผมไม่เคยเรียกร้องให้ทหารเข้ามาทำการรัฐประหาร
ไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรกับ กปปส. ทั้งสิ้น เนื่องจากช่วงเวลาที่มีการต่อสู้ของ กปปส.
ผมยังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำเปรย์ซอว์ กัมพูชา (29 ธ.ค. – 1 ก.ค. 2557) ผมไม่ได้อยู่เมืองไทย
ดังนั้น จึงขอให้หยุดบิดเบือนใส่ร้ายว่าผมเป็นคนเชิญเผด็จการทหาร คสช. เข้ามาทำรัฐประหารผมยึดหลักการ ไม่ยึดตัวบุคคล ผู้ใดทุจริต ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด พรรคการเมืองใด สีเหลือง หรือ แดง ไม่เว้น แม้แต่ทหารที่เข้ามาใช้อำนาจรัฐ แล้วทุจริตเสียเอง
ผมตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาทั้งสิ้น ถ้าไม่ได้ทำความผิด ก็ไม่ต้องกลัวผม ผมไม่มีอำนาจวาสนาใดๆ ผมไม่บังอาจไปกลั่นแกล้งใส่ความท่านผู้มีอำนาจ ทั้งหลาย ผมเป็นเพียงพลเมืองไทยคนหนึ่งที่ช่วยทำ หน้าที่ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ
ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติ มิชอบทุกรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่ของปวงชน ชาวไทย ตามมาตรา 50 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
สำนักข่าววิหคนิวส์



