28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” โดยมีบุคคลสำคัญด้านกฎหมายและการตรวจสอบการทุจริตเข้าร่วมอภิปราย
นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดประเด็นอย่างดุเดือดถึงปัญหาวิกฤติศรัทธาต่อองค์กรอิสระ โดยระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากการที่องค์กรอิสระ ยอมตามผู้มีอำนาจและไม่กล้าขัดขืนต่ออำนาจรัฐ
นายวิชามองว่า องค์กรอิสระต้องไม่เข้าใจผิดกับคำว่า “อิสระ” เพราะแท้จริงแล้วต้องเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อประชาชน และต้องยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เปิดเผย และตรวจสอบได้
พร้อมเตือนว่า หากองค์กรอิสระออกนอกลู่นอกทาง หรือปิดกั้นข้อมูลที่ประชาชนมีสิทธิรับรู้ ก็จะกลายเป็นการทำลายหลักการขององค์กรอิสระเสียเอง
💥 เปิดแผล “โกงสอบท้องถิ่น” สาวไปไม่ถึงนักการเมือง
นายวิชาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดคดีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ในช่วงที่เกิดเรื่อง ประธาน ป.ป.ช.ได้โทรศัพท์มาหาเพื่อขอให้ตนเข้าไปทำหน้าที่ที่ปรึกษา
แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือมีข้อกังวลว่า หากตั้งคำถามว่าจะดำเนินคดีไปถึงใคร คดีอาจลงเอยเพียง “ข้าราชการประจำ” และไม่สามารถสาวไปถึงนักการเมืองได้
นายวิชากล่าวในทำนองว่า ความกังวลดังกล่าวเป็นปัญหาสำคัญของกระบวนการตรวจสอบ เพราะการปราบปรามการทุจริตไม่ควรหยุดอยู่เพียงผู้ปฏิบัติ หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอำนาจหรือผู้เกี่ยวข้องในระดับสูง ก็ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด
🔥 “องค์กรอิสระ” ต้องไม่เป็นกำแพงปิดข้อมูล
นายวิชายังชี้ว่า การตรวจสอบการทุจริตไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรอิสระเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็น หน้าที่ของพลเมือง
พร้อมกล่าวถึงความพยายามของภาคประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล และยกกรณีของ iLaw เป็นตัวอย่างของความพยายามเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ
นายวิชาย้ำว่า ไม่มีใครสามารถปิดหูปิดตาประชาชนได้ตลอดไป
นอกจากนี้ยังเห็นว่ากฎหมายที่ป้องกันการฟ้องร้องเพื่อปิดปาก หรือ SLAPP เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะได้
⚡ รายงานรัฐสภาต้องวัด “ผลลัพธ์” ไม่ใช่จำนวนคดี
นายวิชายังวิจารณ์การทำงานขององค์กรอิสระว่า การรายงานต่อรัฐสภาไม่ควรเป็นเพียงการนับจำนวนคดีหรือจำนวนครั้งที่ดำเนินการ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า การทำงานเหล่านั้นสร้างผลลัพธ์อะไรให้กับประชาชน
สมาชิกรัฐสภาจึงต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามผลอย่างจริงจังว่า สิ่งที่องค์กรอิสระดำเนินการนำไปสู่ผลอย่างไร
🚨 “ฮั้ว สว.” จุดชี้วิกฤติประเทศ
สำหรับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิชาเห็นด้วยกับการปรับปรุง โดยเฉพาะ ที่มาขององค์กรอิสระ
พร้อมยกกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ โดยเห็นว่าที่ผ่านมามีการออกแบบระบบให้ สว.เข้ามามีบทบาทในกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ
แต่เมื่อเกิดข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตหรือฮั้วในกระบวนการได้มาซึ่ง สว. เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของทั้งระบบ
นายวิชาระบุว่า เรื่องฮั้ว สว.ถือเป็นวิกฤติของประเทศ และทางออกสำคัญอยู่ที่ประชาชนต้องเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบ
พร้อมย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ตนไม่ไว้วางใจนอกจากประชาชน
🔥 จุดสำคัญของ “วิชา”
สาระสำคัญจากการแสดงความเห็นครั้งนี้จึงอยู่ที่ 3 ประเด็นใหญ่
หนึ่ง องค์กรอิสระต้องไม่ยอมจำนนต่อผู้มีอำนาจ
สอง คดีทุจริตต้องสาวให้ถึงตัวการ ไม่ควรหยุดเพียงข้าราชการระดับปฏิบัติ หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ
สาม วิกฤติความเชื่อมั่นต่อระบบตรวจสอบและปมการได้มาซึ่ง สว. จำเป็นต้องนำไปสู่การทบทวนรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนต้องมีบทบาทในการตรวจสอบมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์กรอิสระและทบทวนระบบรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นการเมืองร้อนแรงที่สุดของวันที่ 28 สิงหาคม 2569
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง รายงานข่าวการเสวนาวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” วันที่ 28 สิงหาคม 2569 และข้อมูลตามเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่
#วิชามหาคุณ
#ปปช
#โกงสอบท้องถิ่น
#ทุจริตสอบท้องถิ่น
#ฮั้วสว
#สว
#องค์กรอิสระ
#แก้รัฐธรรมนูญ
#การเมืองไทย
#ข่าวการเมือง
#วิหคนิวส์
