THEROOM44 – โพสต์เตือนแรง! “ดิเรกฤทธิ์” ชี้ ล้มสถาบันไม่ต้องปฏิวัติ แค่บ่อนทำลายอย่างเป็นระบบ
วันที่ 2 ก.พ. 2569 ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของการล่มสลายสถาบันกษัตริย์ในหลายประเทศ โดยระบุว่า ไม่มีสถาบันกษัตริย์ใดล่มสลายจากการที่ประชาชนลุกขึ้นเกลียดพร้อมกันทั้งประเทศ แต่เป็นการถูกบั่นทอนทีละขั้นอย่างเป็นระบบ พร้อมเตือนว่าสูตรดังกล่าวกำลังถูกนำมาใช้ซ้ำอีกครั้งในหลายสังคม
ดร.ดิเรกฤทธิ์ ระบุว่า กระบวนการเริ่มต้นมักมาจากการเปลี่ยนแปลง “กติกา” หรือรัฐธรรมนูญ โดยยกตัวอย่างกรณีประเทศสเปนในปี 1931 และรัสเซียในปี 1917 ซึ่งการลดทอนอำนาจเชิงโครงสร้างของสถาบันผ่านรัฐธรรมนูญนำไปสู่ความขัดแย้ง ความรุนแรง และการล่มสลายของระบอบในที่สุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่อ้างว่าการแก้ไขกติกาไม่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ควรถูกตั้งคำถามถึงเจตนา
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์การทำให้กองทัพอ่อนแอ โดยชี้ว่าในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศสก่อนการปฏิวัติปี 1789 และอิหร่านในปี 1979 กองทัพไม่ได้พ่ายแพ้ในสนามรบ แต่สูญเสียความเชื่อมั่นและบทบาทในสังคม จนไม่สามารถปกป้องระบอบเดิมได้
ดร.ดิเรกฤทธิ์ ยังเตือนถึงแนวทางการแยกทหารระดับผู้น้อยออกจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งเคยเกิดขึ้นในรัสเซียและจีน โดยทำให้โครงสร้างคำสั่งอ่อนแอลง ส่งผลให้กองทัพกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง และเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงระบอบ
ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงการโจมตี “คุณค่า” ทางสังคมและวัฒนธรรม โดยยกตัวอย่างในบริบทประเทศไทยว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นสายใยเชิงศีลธรรมระหว่างสถาบันกับประชาชน ถูกบิดเบือนความหมายจนกลายเป็นภาพลบ ซึ่งมองว่าเป็นการตัดรากฐานทางความคิดมากกว่าการวิพากษ์เชิงนโยบาย
พร้อมกันนี้ ดร.ดิเรกฤทธิ์ สรุปว่า บทเรียนจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า หลังการล้มสถาบันกษัตริย์ ไม่ได้ก่อให้เกิดเสรีภาพตามที่คาดหวังเสมอไป โดยยกตัวอย่างฝรั่งเศสที่ได้จักรพรรดิ รัสเซียที่ได้ระบอบเผด็จการ อิหร่านที่ได้การปกครองทางศาสนา และสเปนที่เผชิญสงครามกลางเมือง
ท้ายที่สุด ได้ฝากคำเตือนถึงสังคมไทยว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การโจมตีอย่างเปิดเผย แต่คือการบ่อนทำลายทีละขั้นอย่างแนบเนียน พร้อมย้ำว่าประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยเมื่อสังคมขาดการตระหนักรู้ และอาจเหลือเพียงความเสียใจเมื่อทุกอย่างสายเกินไป
แหล่งที่มา : THEROOM44
