ระวังมิคสัญญี
เหตุการณ์ผู้นำหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ เยอรมัน อิหร่าน กษัตริย์และราชวงค์อังกฤษ มาเลเซีย ฯลฯ ต้องติดโควิดและต้องกักตัวเองเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติของโลกในสงครามไวรัส นายกโคโซโว ถูกสภาผู้แทนราษฎรปลดเพราะแก้ปัญหาในยามวิกฤติไม่เป็น
ไทยหากผู้นำติดโรค เหมือนประเทศอื่นๆหรือจำเป็นต้องกักโรค หนีไม่พ้นต้องให้ บิ๊ก ป้อม ป๊อก อนุทิน วิษณุ รักษาการแทนตามลำดับ
การจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนในยกแรก ที่เริ่มลงทะเบียน 28 มีนาคม 2563 เฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐ ทั้ง วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ พนักงาน อาชีพอิสระ ฯลฯ ทั้งผู้ถือบัตรทอง และบัตรคนจน ก็สามารถได้รับสิทธิ แต่ต้องได้รับผลกระทบ โดยมีการประเมินว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 3 ล้านคนเท่านั้นในชุดแรก
ในเชิงยุทธศาสตร์การเมือง การปกครองแล้ว จะมีเวลา 7 วันเท่านั้น ถ้าไม่ออกมาตรการเฟส 2 สำหรับประชาชนในทุกชนชั้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากมิได้รับผลตอบแทนเยียวยา ในลักษณะเดียวกัน ก็จะเกิด มิคสัญญี เกิดขึ้นภายในประเทศทันที
มิคสัญญี หมายถึง ยุคที่ผู้คนฆ่าฟันกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมองว่าผู้อื่นเป็นสัตว์ซึ่งต้องล่า คือไม่เห็นว่าผู้อื่นเป็นคน เมื่อต่างฝ่ายต่างมองแบบเดียวกัน จึงเกิดการฆ่าฟันโดยไม่ปรานีต่อกัน ผู้คนจึงล้มตายเป็นจำนวนมาก เช่น ประเทศรวันดาในทวีปแอฟริกาและ พม่า เป็นต้น
คดี ลัก วิ่ง ชิง ปล้น 18 มงกุฎ จะระบาดอย่างหนัก จนแทบเอาไม่อยู่ (เกิดขึ้นในหลายประเทศ) เพราะจะมีประชาชนเพียง 3-4 ล้านคนได้รับเงินตอบแทน แต่อีกอย่างน้อย 65 ล้านคน เป็นผู้จ่ายภาษีทุกคนจะไม่ได้รับสิทธิในยามวิกฤติ ย่อมจะเกิดสหบาทาแน่นอน จึงต้องเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบเฟส 2 ออกมาให้เร็วที่สุดตามกรอบเวลา โดยเฉพาะการจัดโรงทาน เดลิเวอร์รี่ช่วยเหลือคนจน ต่างด้าว ชาวเขา แรงงานต่างชาติ
การออก พรก.เงินกู้ 2 แสนล้าน กระทำได้ แต่เป็นการข้ามขั้นตอนเชิงการบริหาร เพราะงบประมาณกว่า 3 ล้านๆ อันเป็นงบประมาณปี 63 สามารถเอามาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้ ด้วยการโยกงบประมาณมาจากทุกกระทรวง ทบวง กรม มาแก้ไขในยามวิกฤติ หากทำข้ามขั้นตอน จะมิใช่เฉพาะนักการเมืองจะเอาผิด แต่ประชาชนทั้งประเทศจะรุมสกรัม แบบหลีกเลี่ยงมิได้
การหวังกั๊กเงินงบประมาณประจำปี เอาไปใช้ชั่วคราวแล้วมากู้เพิ่ม จะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี ควรโยกเงินงบประมาณมาใช้ก่อน ยุติการซื้อ อาวุธ สร้างถนน หนทาง การพัฒนา ฯลฯ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
การระบาดมีการประเมินทางการแพทย์ว่า ถ้าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ในวันที่ 15 เมษายน ประชาชนในชาติจะเกิดล้มป่วยมากกว่า 24000 ราย ประกอบกับในเชิงสถิติ ระหว่าง 16-25 เมษายน เป็นต้นไป จะเกิดการล้มตายของคนจำนวนมาก คนที่มีชื่อเสียง ภัยธรรมชาติ และภัยการเมือง การแตกหักจะหนักกว่าปกติ
หากประชาชนขาดวินัย เกิดการระบาดถึงขั้นนั้นจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องประกาศเคอร์ฟิวส์ ทั้งประเทศก่อน 5 วัน แล้วลดระดับลงเป็นระดับจังหวัด ที่เกิดการแพร่ระบาด อันจะประสบความสำเร็จในการแพร่ระบาด เพราะมิฉะนั้นจะเหมือน จีน สเปน อิตาลี่ สหรัฐ ในปัจจุบัน ที่จะไม่มีหมอ พยาบาล เพียงพอ จนจำเป็นจะต้องปล่อยให้คนแก่ ต้องตาย รักษาเฉพาะคนหนุ่ม อย่างน่าสยดสยอง
การเจรจาของมหาอำนาจที่เริ่มขึ้น อาจมองผิวเผินส่งผลให้สงครามไวรัส ยุติลงได้เร็วขึ้น แต่ความจริงแล้วก็อยู่ในกรอบที่มหาอำนาจกำหนด คือ กรกฎาคม หรือ สิงหาคม นั้นหมายถึง การวางกรอบการบริหารเชิงการปกครอง จะต้องวางหลักระยะเวลา สั้น กลาง ยาว ให้ชัดเจน
การวางกรอบระยะสั้น สกัดกั้น และเยียวยา ระยะกลาง เยียวระยะที่2 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะยาว สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สังคม เศรษฐกิจและการเมือง จึงต้องเตรียมยุทธวิธีเหล่านี้ให้เรียบร้อย ตั้งแต่เพลานี้ไป
“ ถึงเวลาตายวายชีวาวาท ทรัพย์และธาตุก็มิตกไปเมืองผี เกิดเป็นคนจงมุ่งทำแต่ความดี กลายเป็นผีตายไปใครก็ชม “
ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
28 มีนาคม 2563
(ลงทะเบียนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ)
