รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณะบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสข้อความระบุว่า เป้าหมายและหน้าที่ของกองทุนนวัตกรรมสังคม เมื่อผมมาเป็นคณบดีที่วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต สิ่งแรกสุดที่ผมลงมือทำทันทีคือการเปลี่ยนปรัชญา หลักสูตร กระบวนการการเรียนรู้และการวัดผลของนักศึกษาใหม่หมด
การเรียนรู้อันดับหนึ่งที่สำคัญของนักศึกษาคือการออกไปเรียนรู้สังคมใหม่นอกห้องเรียนและการเรียนรู้โดยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้บัณฑิตของนวัตกรรมสังคมเป็นพวกตีนติดดิน มิใช่ทำตัวลอยอยู่เหนือพื้นดิน
ปีที่แล้วเราได้ใช้เงินจากกองทุนนี้กว่าล้านบาทในการสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษานอกห้องเรียน อาทิเช่น เราส่งนักศึกษาราว 15 – 40 คน ออกไปหลายรุ่นเพื่อช่วยเหลือคนไทยพลัดถิ่นให้ได้สัญชาติไทยที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เราเป็นองค์กรเดียวที่ไปช่วยเหลือเรื่องอาหารและน้ำดื่มแก่คนไทยพลัดถิ่นที่ถูกน้ำท่วม และเราส่งอาจารย์และนักศึกษาไปซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมให้แก่คนไทยพัดถิ่นด้วย เราส่งอาจารย์และนักศึกษาลงไปเรียนรู้กับปราชญ์ชาวบ้านและลงไปทำไร่ ไถนา
เราส่งให้นักศึกษาลงไปช่วยชาวบ้านที่คัดค้านเมืองทองคำที่จังหวัดพิจิตร และชาวกระบี่ที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ เราจัด International symposium เรื่องศาสตร์พระราชาที่จังหวัดชลบุรีร่วมกับหลายสถาบัน เรามีกองทุนกู้ยืมให้นักศึกษาที่ครอบครัวประสบปัญหาเศรษฐกิจใช้ในการลงทะเบียนเรียน และใช้คืนก่อนรับปริญญาหรือใช้คืนเมื่อทำงานแล้ว
เมื่อคืนนี้มีนักศึกษาหญิงของวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมปีที่ 2 เล่าให้แขกที่เล่นกอล์ฟฟังว่าเธอมาจากครอบครัวที่บิดาเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยดังนั้นเธอจึงต้องทำงานตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา ตอนจบ ม.6 เธอสอบติดหลายมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีเงินค่าเล่าเรียน แต่เนื่องจากเธอเป็นเพื่อนกับหลานสาวอาจารย์สุริยะใส เธอจึงได้มาพบอาจารย์สุริยะใส และได้รับทุนจากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม
โดยเธอต้องทำงานตอนเย็นควบคู่ไปด้วย เธอบอกว่าที่วิทยาลัยนี้ช่วยให้เธอได้พบกับชีวิตใหม่ และความฝันที่จะได้ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เงินที่ได้จากกำไรกอล์ฟในปีนี้ราว 1.1 ล้านบาท จะใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมและเพื่อการเรียนรู้ของนักศึกษาต่อไปด้วย
สำนักข่าววิหคนิวส์




