COVID-19: พม.ย้ำเงิน 2,000 บาท ได้เฉพาะเด็ก คนแก่ คนพิการที่เดือดร้อนทางสัมคม สั่งทุกจังหวัดเตรียมสถานที่รองรับคนไร้บ้านจากปัญหาโควิด-19
นางพัชรี อาระยะกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เปิดเผยถึงการช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19)

โดยในส่วนของเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท รองปลัดกระทรวง พม. ชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือในโครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ทั้งเด็ก สตรี คนสูงอายุ คนเร่ร่อน ซึ่งทุกคนสามารถขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ทุกจังหวัด หรือติดต่อผ่านสายด่วน 1300 โดยจะใช้กระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ประเมินเป็นรายบุคคล ด้วยการส่งนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่ตรวจสอบรอบด้าน ทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัว ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือก่อนให้เงินสนับสนุน 2,000 บาท
หากมีเด็ก ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงอาจช่วยเหลือเพิ่มในด้านของใช้ที่จำเป็น เช่น นมผง ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมลดขั้นตอนการคัดกรองโดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุม พม. กรณีในต่างจังหวัดที่มีอาสาสมัคร พม.ไม่เพียงพอ หรือเข้าไม่ถึงการขอความช่วยเหลือจากพม.ให้ผู้นำชุมชนลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วส่งเรื่องมายังเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นของของมนุษย์ประจำจังหวัดเพื่อเร่งช่วยเหลือ
ทั้งนี้เงินช่วยเหลือ 2,000 บาทของพม. เป็นคนละส่วนกับเงินเยียวยา 5,000 บาทในโครงการเราไม่ทิ้งกัน หากผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เงินเยียวยาเกษตรกร หรือเงินเยียวยาอื่นๆ แต่ยังมีความเดือดร้อน ตามหลักเกณฑ์ของพม.ยังสามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือ 2,000 บาทได้
ในส่วนของการช่วยเหลือ เงื่อนไขเดิมของโครงการหากเป็นผู้ขอรับความช่วยเหลือรายเดิมจะช่วยปีละไม่เกิน 3 ครั้ง แต่เนื่องจากขณะนี้มีผู้เดือร้อนจำนวนมาก จึงอาจลดลงเหลือรายละ 1 ครั้งเพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงมากขึ้น
สำหรับงบประมาณที่นำมาช่วยเหลือในโครงการเป็นงบจากกรมสวัสดิการต่างของกระทรวง พม. เบื้องต้นประมาณ 20 ล้านบาท และเตรียมการจัดสรรเพิ่มโดยดึงงบประมาณ จากโครงการประชุม อบรม สัมมนาของกระทรวง พม.มาใช้ เบื้องต้นจะดึงงบประมาณมาได้อีก 20 ล้านบาท โดยจะประสานกรมบัญชีกลางในการแปลงงบประมาณเป็นงบอุดหนุนโครงการ
ส่วนการจัดการศูนย์ช่วยเหลือคนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และคนตกงานที่ไร้ที่อยู่อาศัยจากสถาการณ์โควิด-19 ในโครงการ พม.เราไม่ทิ้งกัน ได้มีการสั่งการให้หาที่พักเพิ่มกรณีศูนย์พักพิงของพม.ไม่เพียงพอ พร้อมดูแลอาหารผู้เข้าพักทั้ง 3 มื้อ โดยผู้เข้าพักในศูนย์ฯ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่มีที่พักจากปัญหาโควิด-19 และคนเร่ร่อน โดยมีประมาณ 300 คนที่เข้ามาในช่วงเดือนเมษายน และมีประมาณ 2,000 คนจากทั่วประเทศที่แจ้งความประสงค์ของเข้าพักในช่วงสถานการณ์โควิด-19
สำหรับการจัดคนเข้าพักจะแบ่งแยกชัดเจนทั้งคนไร้ที่อยู่จากปัญหาโควิด-19 คนเร่ร่อน และผู้ป่วยจิตเวช แต่ไม่เปิดเผยสถานที่เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับกรณีบ้านพักอ่อนนุช
ส่วนกรณีครัวกลางที่ พม.ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พม.จะเป็นหน่วยงานประสานความช่วยเหลือเรื่องการรับบริจาค โดยจะส่งของที่รับบริจาคมาไปยังครัวของหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อจัดระบบในการช่วยเหลือไม่ให้ซ้ำซ้อนและโปร่งใส