พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ หนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ให้แก่สถาบันโรคทรวงอก และสถาบันบำราศนราดูร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาโรคโควิด-๑๙
ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด พระองค์ทรงตระหนักว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น โรงพยาบาลในประเทศไทยจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ จึงได้ทรงจัดหาพระราชทานให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับโรคโควิด-๑๙ อันจะเป็นประโยชน์แก่การให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modlar Swab Unit) อันเป็นหนึ่งในโครงการเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือแพทย์พระราชทานให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ จำนวน ๒๐ แห่ง
ซึ่งวันนี้ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modlar Swab Unit)” หนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” ที่พัฒนาขึ้นโดย SCG เพื่อรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ให้แก่ สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อันเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ ๔ ที่ได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ (Modlar Swab Unit)
โดยมีนายสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG คณะผู้บริหาร ร่วมพิธีรับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว ณ โถงหน้าอาคาร ๙ สถาบันโรคทรวงอก จ.นนทบุรี
นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modlar Swab Unit) ที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ลดความสิ้นเปลืองในการใช้ชุด PPE ให้แก่บุคลากรทางแพทย์ผู้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และช่วยปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙
เพราะห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยเทคโนโลยีทันสมัยของ SCG HEIM และ Living Solution ที่ออกแบบให้มีระบบควบคุมแรงดัน และการหมุนเวียนของอากาศ ให้สะอาดปลอดภัย มีระบบป้องกันอากาศรั่วไหลที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้าออกตัวอาคาร ทำให้ภายในอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ขณะที่ตรวจหาเชื้อโควิด-๑๙ ให้แก่ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงได้มากขึ้น
“ห้องตรวจเชื้อความดันลบมีประโยชน์ต่อการทำงานของบุคลากรมาก เพราะในภาวะปกติการตรวจหาเชื้อนั้นมีความเสี่ยงสูง ที่ผู้ป่วยจะไอจามใส่บุคลากรที่ทำการตรวจ ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคลากร ซึ่งห้องตรวจหาเชื้อความดันลบนี้ มีลักษณะรูปแบบการกั้นระหว่างบุคลากร และผู้ป่วย โดยเฉพาะห้องผู้ป่วยมีความเป็นแรงดันลบ ทำให้โอกาสที่เชื้อจะออกจากห้องน้อยลง และมีการฆ่าเชื้อในห้องด้วย UVC ปล่อยอากาศผ่านระบบการกรองที่ได้มาตรฐาน”
อีกทั้งห้องตรวจหาเชื้อนอกจากจะทำการตรวจหาเชื้อ ไวรัสโควิด-๑๙ ได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วแล้ว สถาบันยังสามารถนำมาต่อยอดในการเก็บเสมหะผู้ป่วยโรคปอด อย่างวัณโรค วัณโรคดื้อยา และวัณโรคดื้อยาหลายขนาน อันเป็นโรคติดต่อที่รักษายากซึ่งเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในบุคลากรสถาบันโรคทรวงอกต่อไป
ในวันเดียวกันนี้เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modlar Swab Unit) ให้แก่สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อันเป็นโรงพยาบาลลำดับที่ ๕
โดยมีนายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์อภิชาติ วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันนำราศนราดู และนายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง SCG ร่วมพิธี ณ ชั้นห้องประชุมชั้น ๗ อาคารเฉลิมพระเกียรติ
นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักในสังกัดกรมควบคุมโรค มีหน้าที่ดูแล และรักษาคนไข้ โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของโควิด-๑๙ ที่จะมีคนไข้ และผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเข้ามาตรวจ และรักษาเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้เข้ามาใช้บริการต้องรอคอยนาน
ดังนั้น การมีห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานนี้จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยเสริมสิ่งอำนวยความสะดวก ที่โรงพยาบาลมีได้เป็นอย่างดี และช่วยลดอัตราเสี่ยงการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้การรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาต่อยอดในการเก็บเสมหะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


