Walanrat Sittisawat ได้โพสข้อความระบุว่า หลวงปู่โดนแจ้งความดำเนินคดี 2 คดี คดีแรกเป็นคดีปลอมพระปรมาภิไธย โดยนายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ได้เข้าทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ให้ดำเนินคดี กับผู้ต้องหา ที่นำอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มาประดิษฐานหลังองค์พระเครื่องโดยไม่ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560
… การอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยทำการขออนุญาตทั้งทางวาจาและทำหนังสือไปเป็นลายลักษณ์อักษร จากนายแก้วขวัญ วัชโรทัย อดีตรองเลขาธิการพระราชวังแล้ว
… แต่ครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ใช้การสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ “กรมราชเลขาธิการในพระองค์” ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานที่จะรับเรื่องการขอพระบรมราชานุญาต
… จากที่สืบค้นมา เป็นอำนาจหน้าที่ของ “กองการในพระองค์” สำนักราชเลขาธิการพระราชวัง ดังนั้นที่หลวงปู่ชี้แจงว่าได้ขออนุญาตใช้พระปรมาภิไธยย่อ อย่างถูกต้องจากอดีตรองเลขาธิการพระราชวังแล้วนั้นจึงถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติ
… ส่วนคดีอั้งยี่ซ่องโจร ก็ไปว่ากัน เราไม่มีข้อมูลอะไรให้นำมาพิจารณา
… ก็แปลกที่ทั้ง 2 คดี มารวมกันในคราวเดียว ทั้งที่คดีไม่มีความเกี่ยวพันกันแต่ขอออกหมายจับพร้อมกัน ในวันเดียวกันได้อย่างไร สัญชาตญาณมันบอกว่าไม่ปกติ
สำนักข่าววิหคนิวส์



