“บิ๊กแป๊ะ”โดดป้อง”ศรีวราห์”ยันคดีล่าเสือดำมีหลักฐานครบ”ผบ.ทสส.”ระบุต้องให้โอกาสตำรวจสางคดีล่าเสือดำ “บิ๊กแป๊ะ”ออกโรงป้อง “ศรีวราห์” หลังโดนกระแสจวก ยันมีหลักฐานเชื่อมั่นได้ “มูลนิธิสืบฯ”จ่อขอ”ผบ.ตร.”เปลี่ยนทีมตำรวจทำคดีเสือดำ
เดลินิวส์-เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) วังนันทอุทยาน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการสนับสนุนภารกิจดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป้องกันการลักลอบฆ่าสัตว์ป่าว่า ปกติทหารเป็นพนักงาน หรือผู้ช่วยพนักงานตามกฎหมาย และตามที่ได้รับการร้องขอ ทั้งนี้จะมีกระทรวง และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงดูแลอยู่แล้ว แต่เหล่าทัพยินดีที่จะให้การสนับสนุน ส่วนกรณีที่ประชาชนยังความสงสัยการลอบยิงเสือดำที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จนทำให้มีการออกมาเคลื่อนไหวนั้น ตนคิดว่าทางเจ้าพนักงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว แต่การสัมภาษณ์ หรือการชี้แจงอาจมีการหยิบประเด็นต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการดำเนินการขึ้นมาจนกลายเป็นกระแสสังคม ดังนั้นตนขอให้ฟังเจ้าหน้าที่ และให้โอกาสเขาดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งประชาชนจะรับทราบข้อมูลตามเวลาที่เหมาะสม
ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดียิงเสือดำของพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์มีหลักฐานทุกอย่างอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเชื่อมั่นได้ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าประชาชนยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ขณะเดียวกัน ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีการจัดเวทีสาธารณะ 1 เดือนความคืบหน้าคดีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ 61 โดยมีเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ จากทั่วประเทศมาร่วมให้กำลังใจ และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย กลุ่มอนุรักษ์กาญน์ เป็น ต้น นอกจากนี้ ยังมี ดารานักแสดง เช่น นายวัชรบูล ลี้สุวรรณ นักแสดงจากช่อง 7 ในฐานะกรรมการมูลนิธิสืบฯ น.ส.ชลดา เมฆราตรี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเดอะวอยซ์ สรรพเสียงเพื่อสัตว์ ซึ่งน.ส.ชลดา ได้ร่วมแสดงจุดยืน โดยเชิญชวนคนไทย ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ แห่งความเป็นธรรม และเป็นส่วนหนึ่งกับมูลนิธิเดอะวอยซ์ ในการเรียกร้องขอความยุติธรรม ให้กับ เสือดำ และ เจ้าหน้าที่ผู้ทำงานเพื่อผืนป่าทุกคน โดยโพสต์ภาพ ตัวเอง พร้อมทำเครื่องหมายกากบาทบนฝ่ามือซ้าย ไม่ยอมรับความไม่เสมอภาค และ 2 มาตรฐานของกฎหมายไทย อย่างไรก็ตามระหว่างการจัดงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งมาคอยสังเกตการณ์ด้วย
ทั้งนี้นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบฯ กล่าวว่า จะคอยจับตาการทำงานของพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่หากเกิดความไม่น่าไว้วางใจขึ้นมาในอนาคต อาจจะต้องทำหนังสืออย่างเป็นทางการ ขอให้ผบ.ตร.เปลี่ยนคนเข้ามาทำคดี แทนทีมที่ทำอยู่ในปัจจุบัน หรือขอให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เข้ามาช่วย
“เวลานี้ กรมอุทยานฯซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าทุกข์ ซึ่งสามารถพิจารณาสำนวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำเพื่อส่งฟ้องร้องได้ ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่า กรมอุทยานฯทำเรื่องนี้เต็มที่ คุยกับนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ท่านบอกว่า เรื่องนี้กรมฯ100 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากปล่อยให้คดีหลุด ก็เหมือนกับการทำร้ายจิตใจของเจ้าหน้าที่ทุกคน เจ้าหน้าที่จะเสียกำลังใจในการทำงานอย่างมาก”นายศศิน กล่าว
ด้านนายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) กล่าวว่า อีกประเด็นหนึ่ง ที่ยังไม่ค่อยจะมีใครพูดถึง จากกรณีการล่าสัตว์ป่า ของนายเปรมชัย คือ เหมือนจะเป็นการตอกย้ำให้คณะกรรมการมรดกโลกเพ่งเล็ง การจัดการพื้นที่มรดกโลกของประเทศไทย อย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกมากขึ้น ว่าเป็นพื้นที่ที่ยังมีปัญหาเรื่องการล่าสัตว์อยู่
นายเพชร กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนได้ 1.3 แสนรายชื่อ เพื่อยื่นให้ทาง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ขอให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ที่ในบทบัญญัติว่าด้วยการล่า และฆ่าสัตว์ป่าที่มีบทลงโทษน้อยไป นั่นคือจำคุกไม่เกิน 4 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท เท่านั้น โดยให้มีการพิจารณา กรณีที่ผู้ต้องหารับสารภาพ กับกรณีที่ผู้ต้องหาตั้งทนายขึ้นมาสู้ทุกประเด็น เพื่อให้ตัวเองพ้นผิดด้วย
สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง คือ ประเด็นธรรมาภิบาลของผู้บริหาร องค์กรใหญ่ระดับชาติ และระดับภูมิภาค อย่างนายเปรมชัย ที่ธรรมาภิบาลในองค์กร เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้บริหารจะต้องไม่ทำผิดกฏหมาย ซึ่งบริษัท ที่นายเปรมชัยทำงานอยู่นั้น ไม่ใช่ทำเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ทำในภูมิภาคอื่นๆด้วย เวลานี้ นายเปรมชัยก็ยังคงปฏิบัติงานอยู่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้นอกจากสื่อมวลชนในประเทศไทยสนใจแล้ว สื่อมวลชนจากนานาชาติ ที่บริษัทของนายเปรมชัยเข้าไปทำงาน ก็ให้ความสนใจเรื่องนี้ด้วย
สำนักข่าววิหคนิวส์


