นายกรัฐมนตรี ขอคนไทยฟังหูไวหู อย่าเชื่อคำบิดเบือนขอใช้หลักหัวใจนักปราชญ์ ยึดกฎหมายค้างาช้าง เร่งสร้างปรองดองเดินหน้าเลือกตั้ง ชมละครบุพเพสันนิวาส ดี สอดคล้องนโยบายไทยนิยม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า วันนี้มีเรื่องราวข่าวสารมากมาย ทั้งมาจากสื่อโซเชียล และจากการพูดคุย ซึ่งนี้มีทั้งจริงและเท็จ จึงอยากให้คนไทยทุกคนยึดหลักหัวใจนักปราชญ์ ในการใช้ชีวิตหรือ “สุ จิ ปุ ลิ” แปล “ฟัง คิด ถาม เขียน” หมายถึง ว่าจะฟังก็ต้องฟังหูไว้หู ทั้งนี้ ยังระบุว่า รัฐบาลและ คสช. ได้ใช้ความพยายามทั้งในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและกระบวนการยุติธรรมเข้ามาแก้ไขปัญหาการค้างาช้างในประเทศไทย
สำหรับกรณีการร้องเรียนเรื่องการทุจริต ที่มีหลากหลายประเด็น อาจถูกบิดเบือนว่า มีการกระทำทุจริตมากขึ้น ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและ คสช. จึงอยากให้ตรึกตรองดูให้ดี พร้อมระบุอีกว่า รัฐบาลได้เปิดกว้างในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และเข้าถึงง่ายกว่าที่ผ่านๆ แม้หลายคนบอกว่ารัฐบาลนี้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นก็ตาม
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับคนในสังคม พร้อมฝากถึงข้าราชการทุกคน ว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องไม่แสวงประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมาย ไม่ตีความเพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือพวกพ้อง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและได้พยายามสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่มีเสถียรภาพ เร่งสร้างความปรองดอง และกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งจึงอยากให้ทุกคนรักษาบรรยากาศ และรักษามุมมองของต่างประเทศ ซึ่งในเรื่องของการเมืองและประชาธิปไตยก็เดินไปตามกระบวนการ ขอช่วยกันลดความสับสน วุ่นวายบิดเบือน โจมตี ในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพื่อเดินหน้าประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ละครบุพเพสันนิวาส ว่า เป็นละครที่ดีสอดคล้อง รักษา สืบสาน ต่อยอด ความเป็นไทยนิยมตามนโยบายรัฐบาล ให้ดูเข้มแข็งขึ้น ทั้งอุดมการณ์ความรักชาติ คุณธรรม จริยธรรม รวมความไปถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของประเทศพร้อมกล่าวว่า ดีใจที่เห็นคนไทย แต่งกายย้อนยุคออกไปในสถานที่ต่างๆ และอยากเห็นบรรยากาศเช่นนี้ เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย และชาวต่างชาติก็เห็นคุณค่าและให้ความชื่นชมการแสดงออกลักษณะนี้ โดยในส่วนของรัฐบาลเอง วันอังคารแต่งชุดผ้าไทยอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ห้าม ถ้าใครจะแต่ชุดไทยย้อนยุคเข้ามาประชุม หรือข้าราชการจะแต่งชุดไทยย้อนยุคมาทำงาน
ทั้งนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 ในการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพราะมีสภาพอากาศที่เหมาะสม มีธรรมชาติที่สวยงาม มีสิ่งดึงดูดความสนใจและท้าทายหลายแห่ง จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวในไทย เฉลี่ยเกือบ 50,000 บาท ต่อครั้ง (1,530 เหรียญสหรัฐ) ที่ถือว่าเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญของประเทศที่สามารถกระจายลงไปสู่ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลต่างๆ ได้โดยตรง จึงต้องขยายผลการท่องเที่ยวในเมืองรองให้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการเตรียมการช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ขอให้ทุกคนได้ระมัดระวังตั้งแต่วันนี้ การบาดเจ็บสูญเสียที่มียอดตัวเลขเป็นจำนวนมาก ไม่ได้มีเฉพาะวันสงกรานต์อย่างเดียว เพราะการสูญเสียนั้นรวมอยู่ในรายไตรมาส ดังนั้น ทุกหน่วยงานก็ต้องไปพิจารณา บริหารจัดการให้เหมาะสม เราต้องลดการสูญเสีย การบาดเจ็บให้ได้ ทั้งปี พร้อมขอให้ทุกหน่วย ทุกฝ่าย ได้ร่วมมือกันทำงานพร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ที่ต้องเหน็ดแหนื่อย จากการเตรียมการ หรือการดำเนินงานในช่วงวันหยุดราชการ หรือวันหยุดยาวทุกคน
Cr:inn
สำนักข่าววิหคนิวส์

