ข่าวประจำวัน » #นายกจ่อลงดูไทยนิยม-ลั่นฟันโกงเงินคนจนขอ-ม็อบอย่าผิดกม.-แก้ไม่ได้เลิกขายหวย

#นายกจ่อลงดูไทยนิยม-ลั่นฟันโกงเงินคนจนขอ-ม็อบอย่าผิดกม.-แก้ไม่ได้เลิกขายหวย

20 February 2018
236   0

พล.อ.ประยุทธ์ กำชับไทยนิยมต้องโปร่งใสห้ามโกงเด็ดขาด ไม่ขัดหากจะเลือกตั้ง แต่อย่าสร้างขัดแย้ง เตือนผู้ชุมนุมยึดกฎหมาย รับปัญหาหวยแก้ยาก หากยังแก้ไม่ได้ อาจจะต้องยกเลิกลอตเตอรี่

inn-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับไทยนิยมหรือความต้องการของประชาชน เช่นเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งต้องอธิบายว่าเป็นอย่างไรและมีปัญหาอย่างไร ติดขัดเรื่องใดบ้าง แต่หากบอกว่าราคาพืชผลเศรษฐกิจตกต่ำมันยากที่จะแก้ปัญหาได้เพราะต้องทำทั้งระบบ ซึ่งการรับฟังความเห็นนี้เพื่อเก็บข้อมูลเป็นบิ๊กดาต้าที่เป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งจากหน่วยงานต่างๆ โซเชียลมีเดีย เรื่องร้องทุกข์ เป๊นต้น เพื่อแก้ปัญหา ไม่ให้เป็นการพูดเหมารวมไปทุกอย่าง แต่ขออย่าส่งมาเพื่อต่อว่า เพราะต่อว่ากันไปมาก็ไม่ได้อะไรกลับไป

ส่วนเรื่องการลงพื้นที่ตามโครงการไทยนิยม จะต้องมีการเตรียมการไว้และศึกษาความต้องการในพื้นที่ ทำความเข้าใจ และหาโครงการที่เหมาะสม เพื่อแนะนำให้คนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งแต่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้มีการรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งยอมรับว่าต้องใช้เวลาและทุกส่วนต้องปรับตัวตามสถานการณ์ด้วย เพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ต้องเน้นเรื่องความโปร่งใสทั้งการทำงบประมาณ การทำประชาคม และความต้องการของเสียงส่วนใหญ่และดูแลคนส่วนน้อย และไม่ทำให้เกิดการทุจริต โดยเฉพาะส่วนราชการที่ส่วนตัวจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด หากมีการทำผิดก็ต้องลงโทษ เพราะเป็นเรื่องอนาคตของประเทศที่ประชาชนต้องช่วยกันรักษาสิทธิของตัวเองด้วย ขณะเดียวกันยังถือว่าเป็นการทำความดีร่วมกัน โดยโครงการไทยนิยมจะเริ่มต้นทำงานในวันที่ 21 ก.พ.นี้ ซึ่งตนเองจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครปฐมเช่นกัน

นายกฯยืนยันให้ความสำคัญแก้ปัญหาโรงไฟฟ้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอละหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังกลุ่มผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา-กระบี่ยุติการชุมนุมว่า ขอบคุณกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยอมยุติการเคลื่อนไหว ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสนใจมาตลอด แต่ไม่อยากให้เคลื่อนไหวไปมาจนเสียเวลาในการทำมาหากิน จึงให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานร่วมหารือ โดยมีการตกลงร่วมกันใน 4 ข้อ ซึ่งที่ผ่านมา ต่างคนต่างพูดคุยขอร้อง ส่วนตัวได้ขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ขอร้องให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว ตนเองก็จะดำเนินการให้ โดยยกเลิก อีไอเอฉบับเดิม ที่จะต้องทำการศึกษาใหม่ โดยนักวิชาการที่เป็นกลาง และได้รับยอมรับจากคนในพื้นที่ และต้องไปศึกษาเอสอีเอตามกฎหมายด้วย และศึกษาด้านยุทธศาสตร์ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่ หากผลสรุปออกมาอย่างไรก็ต้องทำใหม่ทั้งหมด

ทั้งนี้ ทางกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงจะร่วมกันดูแลและดำเนินการให้ได้ตามที่ตกลงร่วมกัน และขออย่าให้ขยายความขัดแย้งออกไปอีก โดยจะต้องหาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในอนาคตและไม่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น

นายกฯขออย่าโยงอุบัติเหตุกับโหราศาสตร์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ทำเนียบรัฐบาลเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและถูกเชื่อมโยงกับโหราศาสตร์ ว่า ขออย่ามองว่าเป็นเรื่องโหราศาสตร์หรือฮวงจุ้ยอย่างเดียว เพราะยุคนี้เป็นยุค 4.0 แต่ไม่ใช่การลบหลู่ และมองว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ พร้อมฝากตำรวจไปดูบุคคลที่ถอยรถชนจนอ่างบัวแตกว่าสอบใบขับขี่ผ่านได้อย่างไรแต่ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ

ส่วนกรณีกระถางต้นข่อยเกิดรอยร้าวและเป็นข่าวเมื่อวานนี้นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระถางต้นข่อยเกิดรอยร้าวนานแล้วเพราะเป็นกระถางเก่า จึงต้องโทษผู้รับผิดชอบที่ไม่เปลี่ยนกระถาง ขณะที่การปักธูป 36 ดอก ส่วนตัวไม่ทราบว่าใครปัก แม้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็คงไม่พบคนปักอยู่ดี แต่ยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่คนสั่งให้มีการปักธูปอย่างแน่นอน แต่หากพิจารณาถึงความตั้งใจของคนอื่น เช่น ข้าราชการหลายคนที่อยากให้บ้านเมืองเดินหน้า อาจจะร่วมอธิษฐานไม่อยากให้ทำเนียบรัฐบาลเกิดการชุมนุมอีก เพราะไม่ได้ทำงานหลายเดือน และเชื่อว่าหลายคนเจตนาดี หวังดีต่อบ้านเมือง นับถือสิ่งใดก็กราบไหว้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยสั่งทำเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับกรณีติดโคมจีนเต็งลั้ง ไม่เกี่ยวกับการแก้เคล็ดอ่างบัวแตก จึงขอให้แยกแยะในสิ่งที่เกิดขึ้น

นายกฯไม่ขัดหากจะลต.-อย่าสร้างขัดแย้ง-ชุมนุมยึดกม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งประกาศเดินหน้าชุมนุมเพิ่มขึ้นโดยเริ่มไปภาคอีสานและจะยกระดับการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนมี.ค. และจะชุมนุมค้างคืนในเดือน

พ.ค. ช่วงครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหารของ คสช.ว่า ส่วนตัวไม่ได้ไปขัดแย้ง หากจะอยากเลือกตั้ง แต่อย่าทำให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งและความเสียหาย ซึ่งการประกาศการชุมนุมเพิ่มขึ้นนั้นต้องดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และประชาชนออกมาร่วมเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ เพราะหลายคนอาจจะไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนจะชุมนุมอะไรก็ว่ากันมา หากผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่อยากให้ประชาชนที่บริสุทธ์เข้าไปร่วมมือ หากอนาคตจะลุกลามหรือไม่ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะทำนายไม่ได้ แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน ยืนยันคำสั่งคสช.มาตรา 44 ห้ามการชุมนุมมีไว้เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการมีความรุนแรงขึ้น เพราะเป็นกฎหมายในเชิงป้องกันและไม่เคยใช้คำสั่งคสช.ไปลงโทษ

พร้อมกันนี้ นายกฯ ฝากถึงนักศึกษาและนิสิตที่มาชุมนุมว่า ขอให้สงสารพ่อ-แม่ อย่าคิดเพียงจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่ควรทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายและประชาชนเดือดร้อน และขออย่าให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันอีก ส่วนที่มีการเคลื่อนไหว ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกันเรื่องใดที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ก็ขอให้รัฐบาลทำตามขั้นตอนไปก่อน ซึ่งรัฐบาลรับฟังในทุกเรื่อง ขณะเดียวกันยังพบว่ามีโพลถามประชาชนถึงความเข้าใจรัฐธรรมนูญมากหรือไม่นั้น พบว่ามีคนใจเข้ารัฐธรรมนูญเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว และถูกชี้นำโดยคนเพียงไม่กี่คน ดังนั้นต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะถือว่าเป็นความสำคัญของประเทศชาติว่าจะเดินหน้าอย่างไรกันต่อไป อีกทั้งหลายคนบอกว่าอยากออกไปเลือกตั้ง และบางส่วนบอกว่าไม่ออกไปเลือกตั้งและให้คสช.อยู่ต่อ ซึ่งเป็นไปไม่ได้และต้องออกไปเลือกตั้ง ส่วนจะเลือกตั้งใครก็ว่ากันไปหรือว่าจะไม่เลือกตั้งใครเลยก็ต้องดูกฎหมาย

นายกฯย้ำเร่งสอบโกงเงินคนยากไร้-ขู่ขรก.โทษหนัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์คนยากไร้ว่า ส่วนตัวสั่งการให้มีการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่เกิดความล่าช้า จึงได้ให้มีการสอบสวนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะลงโทษทั้งหมด โดยส่วนตัวมองว่าต้องมีกระบวนการและร่วมมือกัน ขณะที่ในเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลนี้ จึงต้องแก้ปัญหาทั้งรัฐบาล ข้าราชการ ส่วนตรวจสอบ และผู้ปฏิบัติที่จำเป็นต้องมีจิตสำนึก และตนเองก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำขนาดนี้ พร้อมเตือนไปยังข้าราชการทุกหน่วยงานด้วยว่าต้องมีจิตสำนึก และส่วนตัวไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำขนาดนี้ จึงต้องลงโทษสถานหนักตามกลไกและหลักฐานที่มีอยู่ ใครเกี่ยวข้องไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าไม่ผิดก็ต้องมีโทษปล่อยปะละเลยให้เกิดขึ้นตามโทษวินัยที่เกิดขึ้น และหากมีใครแอบอ้างก็แจ้งมาได้ จะดูแลให้ พร้อมขออย่าไปเชื่อใครจะมาแอบอ้างทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ข้าราชการมีทั้งที่ดีและไม่ดี รวมทั้งคนในการเมืองด้วย ที่มีการร่วมมือกัน อ้างว่านำงบประมาณไปดูแลคนจน ซึ่งต้องมีการสอบต่อไป

นายกฯบ่นหากแก้หวยไม่ได้จะยกเลิกลอตเตอรี่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปัญหาลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร เพราะสื่อมีการนำไปขยายความจนทำให้สังคมสนใจ และรู้สึกเบื่อหน่าย ซึ่งทุกคนอยากรวย สนใจซื้อหวยเลขรถนายกรัฐมนตรี เวลาลงพื้นที่ ประชาชนไม่ได้สนใจนายกรัฐมนตรี แต่กลับสนใจที่เลขรถทะเบียนข งนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ขณะเดียวกันการแก้ปัญหาลอตเตอรี่เป็นสิ่งที่แก้ยาก แม้จะมีการยกเลิก 5 เสือ ที่ได้โควต้าลอตเตอรี่ไปแล้ว แต่ยังมีการนำไปขายในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งท้ายสุดหากแก้ปัญหาไม่ได้ อาจจะต้องยกเลิกลอตเตอรี่ไปเลยก็ได้

ส่วนปัญหาที่ตำรวจได้รับอั่งเปานั้น เป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ตำรวจดีก็มี เป็นเรื่องของรายบุคคลขออย่าเหมารวม พร้อมเตือนข้าราชทุกเหล่า ทั้งพลเรือน ทหาร และตำรวจ ต้องวางตัวให้เหมาะสมต่อสังคม

นายกฯแจงผลโพลทุจริตชี้แค่ข้อมูลวิชาการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมหาวิยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์การทุจริตคอรัปชั่น ที่พบว่ามีการจ่ายเงินใต้โต๊ะในปี 2560 สูงสุดในรอบ 3 ปีและจะรุนแรงมากขึ้นในปีนี้ โดยเปิดเผยว่า ส่วนตัวได้เรียกตัวผู้ศึกษามาชี้แจงแล้วซึ่งอธิบายว่าเป็นการชี้แจงตามหลักวิชาการเท่านั้น ไม่มีหลักฐานชัดเจนเป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ ซึ่งการนำเสนอลักษณะนี้อาจเกิดผลเสีย โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อการลงทุนของชาวต่างชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ปกปิดข้อเท็จจริง และยืนยันว่าไม่ว่าในหรือต่างประเทศส่วนตัวไม่เคยละเว้นด้วยขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่จะลงโทษใครก็ได้ ซึ่งผู้ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้มีการชี้แจงในรายการเดินหน้าประเทศไทยแล้ว และมีความเข้าใจกันดี เพราะการทุจริตจะนำมาเปรียบเทียบบัญญัติไตรยางค์ไม่ได้ แต่ต้องมีหลักฐานที่มีความชัดเจน

 

นายกฯยันเดินหน้าปราบทุจริตนาฬิกาหรู

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.กล่าวถึงกรณีที่ นายต่อตระกูล ยมนาค ยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ คตช. ให้พิจารณาให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากการเป็นกรรมการคตช.อันเนื่องมาจากกรณีนาฬิกาหรูว่า เป็นเรื่องของคตช. ซึ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว และไม่อยากให้ออกมาพูดกันวุ่นวายไปหมด ยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาการทุจริต แต่อย่าทำให้สับสนอลหม่าน และต้องปล่อยให้กลไลและกระบวนการดำเนินการไป หากตรวจสอบมาแล้วพบการกระทำความผิดจริงต้องเข้าไปสู่กระบวนการของศาลยุติธรรม และศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล เพราะขั้นตอนเป็นแบบนี้จึงขอให้เข้าใจกันด้วย

สำนักข่าววิหคนิวส์