เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 ที่ห้องออดิทอเรียม สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาหัวข้อ ”ทิศทางการเมืองไทย 2562 จัดโดย รายการรอบรั้วภูธร สถานีโทรทัศน์ช่อง 13 สยามไทย และ รายการข่าวชัดประเด็นจริง สถานีโทรทัศน์ออนไลน์
โดย พลเอก. ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาล เป็นประธานเปิดการเสวนาครั้งนี้ ในการเสวนาเป็นการระดมความคิดเห็นเชิงวิชาการในหลายด้านหลายมุมมองของผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาการใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกัน และปัญหาความขัดแย้งทางแนวความคิดเดิม กับความคิดใหม่ โดยผู้ดำเนินรายการ ได้ตั้งคำถามต่อผู้ร่วมเสวนาด้วยประเด็นหลักคือ หากหากมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศจะแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างไร
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ เขต ดอนเมือง กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นมีช่องทาง 3 อย่าง อาทิ การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย การเซ็นรับ และคอรัปชั่นโดยไม่เจตนา ดังนั้นการแก้ไขต้องเริ่มจาก 1. จะต้องมีการปฏิรูประบบราชการให้เป็นช้าราชการยุคใหม่ 2. ส่งเสริมให้ประชาชนพลังภาคประชาชนทางโชลเฃียลมีเดียร์ เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นรัฐที่โปร่งใส รวมถึงการกระจายอำนาจให้กับประชาชน เพื่อลดการผูกขาดของกลุ่มนายทุน ลดการเหลื่อมล้ำโอกาสในสังคมโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ในหลวงรัชการที่ 9 บอกว่า หากประชาชนไม่มีอิสระภาพทางเศรษฐกิจก็จะไม่มีอิสระภาพอย่างแท้จริง นั่นคือ หากประชาชนยังจนก็จะตกเป็นเบี่ยล่างของนายทุน โดยการมีรัฐสวัสดิการที่ดี และการสร้างสังคมสวัสดิการนั้น จะทำให้ประชาชนเราเข้มแข็ง

นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล” ว่าที่รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า อันดับแรก ต้องปฏิรูประบบราชการ 2.แก้ที่พรรคการเมือง ลำพังผมคนเดียวคงไปแก้ไชปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของบ้านเมืองไม่ได้ ถ้าจะแก้ไขได้ ผมก็ต้องเป็นนายกฯ นั่นก็หมายความว่า จะต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเจ้าของประเทศ โดยผ่านระบบพรรคการเมืองนั่นเอง และที่ผ่านมาบ้านเมืองเราไม่เคยมีพรรคการเมืองที่้เป็นตัวแทนจากประชาชนจริง ๆ ส่วนมากมีสองอย่างคือ 1.พรรนายทุน ที่เอานโยบายมาหลอกประฃาชน 2. พรรคราชการ ที่กลัวการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากเรามีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนขึ้นมา และประชาชนเป็นเจ้าของพรรค เขียนนโยบายพรรคที่เป็นของขาวบ้านไปสู้กับนายทุน นี้เป็นแนวคิดใหม่ ๆ ของผม คือผมไม่ลงทุนนะ ผมก็ไม่จำเป็นต้องถอนทุนคืนผมขอเสนอตัวอยากให้คนสักล้านคนมาสนับสนุน คนละ 1,000 บาท จะมี 1,000 ล้านตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่งนี่อาจเป็นทางเลือกใหม่

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ว่าที่หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ , เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมภิบาลแห่งชาติ และ เลขาธิการมูลนิธิภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น กล่าวว่า ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาสร้างหนี้สาธารณะมาตลอด นั่นก็แสดงว่ารัฐเก็บภาษีได้น้อย เมื่อตรวจสอบแล้วก็จะพบบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยต่างหลีกเลี่ยงภาษี หมายความว่าระบบราชการไปเอื้อกันนายทุนทำให้เรามีรายได้จากภาษีน้อย ควรจะแก้ไขตรงนี้ เพื่อทำให้หนี้สารธารณะลดลง และปัญหากระบวนการยุติธรรมก็เป็นอีกปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยด่วน เพื่อทำให้คนที่ทำผิดไม่กล้าทำผิดอีก ซึ่งหากไปตรวจสอบแล้วจะพบว่าปัจจุบันกว่า 60 เป็นเซ็นต์คนที่อยู่ในเรือนจำอยู่ในภาวะจำยอมที่ต้องติดคุก คือไม่มีเงินไปสู้คดี เพราะระบบยุติธรรมไทยต้องใช้เงิน คนจนเลยหมดโอกาสฃนะคดี ดังนั้น ต้องปฏิรูประบบยุติธรรม เราต้องมีทนายรัฐอย่างเกาหลีใต้ ต้องผลักดันให้ประชาชนใช้ความเป็นมนุษย์ในการประกันตัวสู้คดีให้ได้
สำนักข่าววิหคนิวส์




