ทุจริตโผล่อีก! อดีตผู้อำนวยการ สศศ.ถูกร้องเรียนงุบงิบเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) 40 ล้าน “บุญรักษ์ ยอดเพชร” เลขาธิการ กพฐ.เต้นสั่งผู้บริหารและเขตพื้นที่ฯตรวจสอบ พร้อมสั่งดำเนินการตามมาตรการ คสช.นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)
กล่าวว่า ตนได้กำชับถึงมาตรการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ได้นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยต้องดำเนินการสอบสวนให้เสร็จเบื้องต้นไม่เกิน 7 วันจากนั้นเข้าสู่กระบวนการทางวินัย อาญา และให้สอบให้เสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งหากมีมูลความผิด กรณีผู้ที่เกี่ยวข้องแต่มูลยังไม่ชัดให้ย้ายออกจากงานเดิม แต่ยังอยู่ในกระทรวงเดียวกัน แต่ในกรณีที่เป็นผลเสียต่อทางราชการสำคัญให้ย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรี และสามารถดำเนินการได้ในระดับ 9, 10 และ 11 ซึ่งทางสำนักนายกฯ ได้เตรียมไว้แล้ว 100 กว่าตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สพฐ. ยังมอบหมายให้ สพท. และหน่วยงานต่างๆ ใน สพฐ. ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ ซึ่งจะต้องเป็นเรื่องมีพยานแวดล้อมและมีหลักฐานชัดเจน และอยู่ระหว่างดำเนินการว่า ขณะนี้มีอยู่จำนวนเท่าไร
โดยจะต้องหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นในเสร็จภายใน 7 วัน ขณะเดียวกัน การตรวจสอบวินัยอย่างร้ายแรงก็จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด ส่วนใครที่ถูกข้อกล่าวหาและพบว่าข้อกล่าวหา มีมูล ก็จะต้องย้ายออกจากงานเดิม ซึ่งตนจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งอาจจะมีผู้ได้รับผลกระทบหลายราย ตอนนี้ สพฐ. มีข้อมูลผู้ถูกกล่าวหา และมีมูลอยู่พอสมควร แต่บอกไม่ได้ว่าเท่าไร ซึ่งโดยหลักการแล้วผู้ที่ถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หากคณะกรรมการสอบสวนฯ เห็นว่า อาจเป็นอุปสรรคต่อการสอบ ก็ต้องให้ออกจากราชการ หรือย้ายไปตำแหน่งอื่นเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง สรุปผลสอบนางญาณกร จันทหาร อดีตผู้อำนวยการ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบการใช้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งพบความผิดปกติ โดยมีการโอนเงินอบรมพัฒนาครูต่างประเทศ 2 รอบ รวมวงเงินประมาณ 40 ล้านบาทไปที่ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 จังหวัดสุพรรณบุรี และมีการโอนเงินจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าบัญชีตนเอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 จังหวัดสุพรรณบุรี 20 ล้านบาท ซึ่งทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เสนอให้ลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง ปลดออกหรือไล่ออกนั้นขณะนี้นิติกรของ สพฐ.อยู่ระหว่างดำเนินการแจ้ง สว.3 หรือบันทึกการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหา และสรุปรายงานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบและเปิดโอกาสให้ชี้แจง “ซึ่งถ้าหากคำชี้แจงฟังขึ้นและมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ก็ถือว่าไม่มีความผิดหรือมีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่ถ้าชี้แจงแล้วฟังไม่ขึ้นก็จะต้องลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง ตามที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯเสนอต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้ย้ายนางญาณกร ไปช่วยราชการ ที่หน่วยศึกษานิเทศก์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปแล้ว” นายบุญรักษ์ กล่าวด้านนางญาณกร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับแจ้ง สว.3 แต่ก็เตรียมเอกสารรอชี้แจงแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาทุจริต
โดยสมัยที่ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับมอบหมายจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้ทำโครงการพัฒนาผู้บริหาร โดยไม่ให้ทำในลักษณะของการจัดทัวร์ แต่ให้ไปกันเอง ดังนั้น การดำเนินการจึงต้องใช้บัตรเครดิต และต้องใช้บัญชีส่วนตัว ทำให้มีเงินเข้าออกบัญชี ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 และ สศศ.แต่ต้นเรื่องเกิดจากกองทุนฯ แต่ตนไม่ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร
cr:แนวหน้า
สำนักข่าววิหคนิวส์


