28 มี.ค.61 นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ซึ่งเป็น 1 ใน 13 คนที่โดนอายัดทรัพย์สินไปชดใช้ความเสียหายให้แก่ บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในคดีนำมวลชนบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ในช่วงระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2551 เพื่อขับไล่รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “สุริยะใส กตะศิลา” ถึงอายัดบัญชี 13 อดีตแกนนำพันธมิตรฯว่า
งานนี้เพิ่งเริ่มต้น!
จริงๆผมไม่ได้ตกใจหรือหวาดกลัวอะไรกับการที่กรมบังคับคดีทำหนังสือถึงธนาคารเพื่ออายัดบัญชีผม และ 13 อดีตแกนนำพันธมิตรฯ อันเนื่องจากคดีที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท. ได้ยื่นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมของหน้าสนามบินของพันธมิตรฯ เมื่อปี พ.ศ.2551 เพราะผมได้เตรียมตัวเตรียมใจ หรือได้ทำใจรับมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผลสุดท้ายของคดีแพ่งนี้ หากเราแพ้ในที่สุดก็นำไปสู่การถูกฟ้องล้มละลาย หรือตกเป็นบุคคลล้มละลายในที่สุด
ผมไม่ได้หวั่นเกรงอะไร ทั้งยังเตรียมตัวเตรียมใจเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่ปรารถนานี้เสียด้วยซ้ำ
เพียงแต่คำสั่งอายัดครั้งนี้ผมไม่มั่นใจว่ากรมบังคับคดี ตลอดทั้งการท่าอากาศยานฯ (ทอท.) ในฐานะโจทก์ ได้ปฏิบัติและยึดมั่นในกรอบกฎหมาย และดุลพินิจที่สุจริตไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ อยู่เบื้องหลัง และหรือมีใครหวังผลทางการเมืองจากเรื่องนี้หรือไม่
วิญญูชนลองไตร่ตรองดูครับ คดีนี้อายุความ 10 ปี แต่ดูเหมือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบและลุกลี้ลุกลน ผิดปกติ ขยันเกินเหตุ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา และอัยการเพิ่งทำหนังสือให้จำเลยทั้ง 13 คนทราบสถานะความเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมานี่เอง
และนับตั้งแต่มีคำพิพากษาฎีกา ฝ่ายโจทก์ไม่เคยติดต่อประสานงานใดๆ เพื่อเจรจากับจำเลยหาแนวทางความเป็นไปได้ในการชำระหนี้ เยียวยาชดเชยความเสียหาย ทั้งที่พวกผมไม่ได้ไปฉ้อราษฎร์บังหลวงมา แต่โดนกระทำจากมูลเหตุทางการเมืองทั้งนั้น
แต่ไม่เคยมีการเจรจาใดๆทั้งสิ้น
จนสุดท้ายคำสั่งอายัดบัญชีก็เริ่มมีผลตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา หลายคนไม่ทันตั้งตัวเงินยังชีพที่มีน้อยนิดก็ถูกอายัดทันที
ถ้าเจ้าหน้าที่เคร่งครัดและปฎิบัติแบบนี้กับบุคคลที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน คนโกงคงไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินหนีไปอยู่ต่างประเทศได้แน่นอน จะยึดจะอายัดคนโกงทีก็เหลือแต่เศษซากของทรัพย์สินที่เขาเจตนาทิ้งไว้ไม่ให้เจ้าหน้าที่เสียท่าเท่านั้น
วิธีแบบนี้ของกรมบังคับคดีและการท่าอากาศยานฯ ทำให้ผมไม่ไว้วางใจในการปฏิบัติหน้าที่รักษาประโยชน์แห่งรัฐ
ย้ำไม่ใช่แค่เรื่องนี้ครับ!
แม้ท่านจะอ้างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ผมก็มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญปกป้องตัวเองเมื่อรู้สึกว่านี่คือการละเมิดสิทธิของผม
ทั้งหมดของเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงศาลอาญาคดีทุจริตขึ้นมาทันที
สำหรับผมเรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้นครับ
Cr. Naewna
สำนักข่าววิหคนิวส์


