14 เมษายน 2563 ทนายบุญถาวร ปัญญามณีโชติ ได้โพสข้อความระบุว่า
“…แหม่มโพธิ์ดำควรไปพบเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและมิใช่เรื่องเสียหายที่จะต้องไปให้รายละเอียดเพิ่มเติมในการกระทำของตนเองด้วยตนเอง”
อย่ากลัวสิ่งใดหากตนเองสุจริตและไม่มีเจตนาใส่ร้ายป้ายสีใคร*
ผมเป็นทนายความในฐานะประชาชนคนไทยและอยู่ภายใต้บัญญัติของของกฏหมายเมื่อกระทำการใดๆอันเป็นความผิดเราก็จะต้องรับผิดลุแก่โทษด้วยการสำนึกผิดในการกระทำของตนเองด้วยการให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในความรับผิดชอบของตนเองก็ถือว่าสมบูรณ์และปรับปรุงตัวแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง
“..ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต..”
ผมว่าบุคคลใดก็ตามเมื่อการใช้สิทธิของตนเองไปกระทบสิทธิของบุคคลอื่นไม่ว่าทางที่ดีหรือไม่ดีก็ตามจะต้องยอมรับในผลของการกระทำของตนเองและประการสำคัญการใช้สิทธิของตนต้องกระทำโดยสุจริต
“เพจ แหม่มโพธิ์ดำ”ถือว่าเป็นบุคคลที่นำเอาข้อมูลคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550ที่มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่นั้นถือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในข่ายที่เจ้าพนักงานจะนำเอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่
มาตรา 14 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ
(1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวล กฎหมายอาญา
(2) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(3) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเก่ียวความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเก่ียวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความผิดตาม (1) (2) (3) หรือ (4)
การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง(1)มิได้กระทำต่อประชาชนแต่เป็นการกระทําต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งผู้กระทําผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้
หากพิจารณาตามมาตรา14 จะเห็นได้ว่า”เพจแหม่มโพธิ์ดำ”ได้นำเข้าหรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์จริงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
เมื่อเป็นคนไทยก็จะต้องปฏิบัติตามกฏหมายไทยหากทำผิดก็ยอมรับผิด”..ถูกคือถูก&ผิดคือผิด..”และการกระทำใดๆก็ตามต้องกระทำโดยสุจริตการออกมาใช้สิทธิเพื่อทำความดีอย่ากลัวการเปิดเผยตัวเองและอย่าให้คนเขามาด่าหรือตราหน้าเราได้ว่าเป็นพวก”..อีแอบหรือคนไม่จริง..”นะครับ
เมื่อพิจารณาการส่งต่อข้อมูลเป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามมาตรา14วรรคหนึ่ง(1)มิได้กระทำต่อประชาชนเป็นความผิดอันยอมความได้ด้วยครับ
การตั้งเพจขึ้นมาเพื่อจะทำความดีขนาดไหนเพื่อใครหรือสิ่งใดมีสิ่งเดียวที่สง่างามคือยอมรับความจริงว่าตนเองคือใครเปิดเผยตนเองเมื่อต้องการสร้างคุณงามความดีแล้วจะไปกลัวอะไรครับ
ผมเป็นทนายความทำผิดกฎหมายจราจรจอดรถในที่ห้ามจอดผมยังยอมรับผิดเขาด่าปมทั้งประเทศไทยผมยังอยู่ได้เพราะว่าผมไม่หนีความจริงเราเกิดมาอย่าเดินหนีความจริงคนเราหนีอะไรก็หนีได้แต่อย่าหนีความจริงมันอยู่ในใจเราจนวันตาย
ไม่แน่จริงหรือกลัวก็ปิดเพจปิดตัวเองไปเลย@เมื่อเขาไปกล่าวโทษให้ดำเนินคดีเจ้าพนักงานตำรวจก็ต้องสอบสวนตามระเบียบและประการสำคัญเขายังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใด
ตรงไปตรงมาจะได้รับการยอมรับแต่หากไม่ตรงไปตรงมามันจะทำให้คลุมเครือตลอดไป
ใครจะคิดอย่างไร”..ช่างหัวมัน..”แต่ผมเป็นคนตรงไปตรงมาชัดเจนชัดแจ้งมันต้องกล้าสู้ความจริงเกิดเป็นคนอย่าเสียชาติเกิดให้เขาต่อว่าและด่าเราได้ว่า”อีแอบไม่กล้าสู้ความจริง”
อย่าตอแหลกับชีวิตตัวเองและสังคมไทยเอาแบบตรงไปตรงมาเหมือนผมนิ@ด่าเป็นด่า&รักคือรักเกลียดคือเกลียด
ด้วยความปรารถนาดี(ทนายหัวใจเพชร)
