ข่าวประจำวัน » #ต้องผ่อนปรนสถานการณ์!ดร.เทอดศักดิ์ ต้องปรับเชิงยุทธศิลป์

#ต้องผ่อนปรนสถานการณ์!ดร.เทอดศักดิ์ ต้องปรับเชิงยุทธศิลป์

16 April 2020
684   0

16 เมษายน 2563 ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ได้โพสข้อความระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันปัจจัยภายในเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ประชาชนกำลังได้รับความทุกข์ร้อนกับมาตรการของรัฐอย่างหนัก เพื่อลดการแพร่ระบาดในประเทศ จึงควรพิจารณาลดมาตรการ เปิดห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ร้านอาหาร ฯลฯ ให้เปิดบริการได้ตามปกติ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดได้ในระยะแรก โดยให้ยังคงปิดสถานบันเทิง คงมาตรการเคอร์ฟิวส์ต่อไป

เริ่มต้นการลดมาตรการ ควรลดในจังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยลง หรือไม่มีเลยเป็นสำคัญ หากมีตัวเลขเพิ่มสูงขึ้น ก็ให้ดูกลุ่มอาชีพที่ติดเชื้อ แล้วปิดเฉพาะจุดที่เกิดเหตุ มิจำเป็นจะต้องปิดไปทั้งจังหวัด ปิดถนน ห้ามเข้าออก ในสถานบริการชนิดเดียวกัน ก็จะทำให้สภาวะเศรษฐกิจเคลื่อนตัวไปได้ ลดความตึงของด้ายให้หย่อนลงในระดับหนึ่ง

ในเชิงยุทธศาสตร์การเมือง การปกครอง ในยกแรกประชาชน ต่างได้รับบทเรียนจากผลกระทบการแพร่ระบาด ทำให้จะระวังตัวเองมากขึ้น และจะเป็นการดูแลกันเอง จัดการกันเอง สถานบริการต่างๆย่อมจะป้องกัน เพื่อมิให้ถูกสั่งปิดกิจการ เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จิตสำนึกจึงเป็นส่วนสำคัญในระหว่างนี้

ส่วนชาวบ้าน ประชาชน ไม่ว่าจะสีใด พรรคใดส่งมาร้องเรียน โวยวาย ที่กระทรวงการคลัง จงคำนึงเสมอว่าเขาเหล่านั้นคือคนไทย จึงควรให้กระทรวงพัฒนาสังคม ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบ ช่วยเหลือเยียวยา นำถุงยังชีพไป เงินจากกองทุนโควิด ช่วยเหลือถึงบ้านตามสมควรในเฉพาะหน้าไปก่อน ที่เงินเยียวยาล๊อตต่อไปจะออก หลังการอุทธรณ์

ต้องคำนึงเสมอว่ามนุษย์ในโลกนั้น ยังไม่สามารถหาวัคซีนมาป้องกันได้ ทำให้โรคนี้จะยังคงอยู่ต่อไป จนกระทั้งมีวัคซีน และสถานการณ์จะดีจริงจัง หลัง 3 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ระหว่างนี้จะลุ้มๆดอนๆ ต้องปรับใช้เชิงยุทธศิลป์ในการบริหารตามสถานการณ์ ในการเข้มงวด และผ่อนคลายไปก่อน

การเยียวยา ควรออกพระราชกำหนดโยกเงิน กระทรวง ทบวง กรม ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม ให้ได้จำนวนเงินให้มากที่สุด พอจ่ายในเดือนที่ 2 ควบคู่กับพระราชกำหนดเงินกู้ ค่อยมาออกพันธบัตรรัฐบาลกู้เงินคนไทย จากเจ้าสัว ธนาคาร และประชาชนอีกทางหนึ่ง ก็จะมีเงินเพียงพอจ่ายเงินเยียวยา ตามลำดับ ในทุกสาขาอาชีพ ได้เพียงพอในระยะ 3 เดือนแรก และ 6 เดือนหลังตามสถานการณ์ ระหว่างนี้ต้องสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ให้ชัดว่าจะเยียวยาเพียงพอกับคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ส่วนประกันสังคมนั้น ดำเนินการได้เลย เพราะงบประมาณเพียงพออยู่แล้ว

ปัจจัยภายนอกประเทศนั้น ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแล้ว การจะนำคนไทยกลับประเทศ มีการผ่านกระบวนการคัดกรอง มิให้คนติดเชื้อเข้า กักโรคตามลำดับ จึงลดความเสี่ยงลงได้ ตามสถิติแล้ว 16-25 เมษายน 2563 สถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกระลอกหนึ่งทั่วโลก ไทยจึงควรเอาตัวรอดจากสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบ ปากท้องของประชาชนควบคู่กันไปด้วย

สิ่งเหล่านี้คือหลักการบริหารเชิงยุทธศิลป์ ยุทธวิธีที่มีศิลปะ ในการบริหารชั้นสูง ในยามสถานการณ์วิกฤติ นั้นเอง

“ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ประชาชนจะยินยอมให้ปกครอง หากขาดวิสัยทัศน์แล้วไซร์ ก็จะมิยินยอมให้ปกครอง “