พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจกระสุนปืนไรเฟิล ที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ที่บ้านของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
inn-ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเปรียบเทียบหัวกระสุนปืนที่อยู่ในซากของช้างป่าที่ถูกยิงบริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน กับกระสุนปืนในบ้านของนายเปรมชัย ซึ่งคาดจะทราบผลโดยละเอียดภายในสัปดาห์นี้ ส่วนจะมีการตรวจสอบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว นายเปรมชัย ได้มีการเดินทางเข้าในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีหรือไม่นั้น เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่เบื้องต้นพบว่าอาวุธปืนที่ยึดได้ในบ้านของนายเปรมชัย และอาวุธปืนที่ยิงช้างในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นชนิดเดียวกัน
ขณะเดียวกันกรณีที่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ส่งกองอุจจาระของคน พร้อมกับกระดาษทิชชู ที่พบบริเวณด้านหน้ารถ ห่างจากจุดที่มีการปลดปลอกปืนลูกซองเพียง 3 เมตร และห่างจากจุดชำแหละเสือดำ 400 เมตร ที่คาดว่าจะเป็นของนายเปรมชัย มาให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การจับตัวนายเปรมชัยได้ในที่เกิดเหตุ เป็นพยานที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนอุจจาระ และพยานหลักฐานอื่นๆ ที่พบ ก็เป็นเพียงนำมาประกอบสำนวนเท่านั้น
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวยืนยันว่า จากการตรวจสอบ พบว่า ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ รองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 มีหลักฐานว่าตั้งแต่ปี 2558 ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ เดินทางเข้าออกนอกราชอาณาจักร จำนวน 96 ครั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาอันเป็นการประพฤติตนไม่สมควร จึงสั่งการให้ต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 30 วัน ซึ่งหากละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องเกิน 15 วัน จะมีโทษสูงสุดถึงไล่ออก แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการอีกครั้ง
ส่วนประเด็นการแจกอั่งเปา ให้กับตำรวจในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 จำนวน 60 นาย และประเด็นความเกี่ยวข้องกับธุรกิจบ่อนการพนัน เป็นอำนาจของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม แต่ยอมรับ ทราบข้อมูลว่า ร.ต.ต. มนัส เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทามานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการตรวจสอบ
สำนักข่าววิหคนิวส์


