เกิดเหตุการณ์สะเทือนวงการสาธารณสุขในภูมิภาคอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย หลัง ดาร์ยา ชิปิโลวา (Darya Shipilova) อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยป้องกันโรคกาฬโรคแห่งอิร์คุตสค์ เสียชีวิตเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 หลังมีอาการปอดอักเสบรุนแรง
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีข้อกล่าวอ้างว่า ชิปิโลวาทำหลอดทดลองที่บรรจุเชื้อก่อโรคกาฬโรคปอดแตกขณะปฏิบัติงานในห้องทดลอง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ยังต้องย้ำคือ ทางการรัสเซียยังไม่ได้ยืนยันว่าเธอติดเชื้อกาฬโรคปอด หรือยืนยันว่ามีเชื้อกาฬโรครั่วไหลจากห้องปฏิบัติการ
ต่อมาเธอถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเชเลคอฟ ใกล้เมืองอีร์คุตสค์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 หลังมีอาการปอดอักเสบรุนแรง ก่อนเสียชีวิตในช่วงเช้ามืดวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ตามรายงานของสื่อที่ติดตามเหตุการณ์
เกือบ 200 คนถูกเฝ้าระวัง
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งติดตามบุคคลที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต โดยมีรายงานว่ามีผู้เกี่ยวข้องประมาณ 197 คน และราว 189 คนถูกนำเข้าสู่การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ขณะที่โรงพยาบาลในเมืองเชเลคอฟมีการใช้มาตรการกักกันในบางส่วน
รายงานบางแห่งยังระบุถึงมาตรการเพิ่มเติมในสถานพยาบาลและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการให้พนักงานโรงงานอะลูมิเนียมใกล้เคียงสวมหน้ากากเพื่อป้องกันไว้ก่อน
แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า บุคคลที่ถูกติดตามยัง ไม่แสดงอาการ และผลตรวจที่รายงานออกมาเป็นลบ
ทางการรัสเซียยังไม่ฟันธงว่าเป็นกาฬโรค
หน่วยงาน Rospotrebnadzor ซึ่งรับผิดชอบด้านการควบคุมโรคติดเชื้อของรัสเซีย ระบุว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวได้รับการวินิจฉัยเป็น “โรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ”
การตรวจตัวอย่างเพิ่มเติมยังไม่พบจุลชีพที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมการทำงานของเธอ และหน่วยงานยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์ด้านสุขอนามัยและระบาดวิทยาในภูมิภาคอีร์คุตสค์ รวมถึงเมืองอีร์คุตสค์และเชเลคอฟ ยังคงอยู่ในระดับที่ทางการระบุว่า “มั่นคง”
ขณะเดียวกัน รายงานจากพื้นที่ระบุว่ามีการประชุมฉุกเฉินของคณะกรรมาธิการด้านสุขอนามัยและป้องกันโรคระบาด รวมถึงมาตรการติดตามผู้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
ปม “กาฬโรคปอด” ยังเป็นประเด็นร้อน
ความกังวลเกิดขึ้นเพราะสถาบันที่เกี่ยวข้องเป็นหน่วยงานด้านการวิจัยและป้องกันโรคกาฬโรคโดยตรง และมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า ผู้เสียชีวิตอาจสัมผัสเชื้อจากอุบัติเหตุในห้องทดลองเมื่อวันที่ 25 กันยายน
แต่ข้อกล่าวอ้างเรื่อง หลอดทดลองแตกและเชื้อกาฬโรครั่วไหลยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการรัสเซีย โดย Rospotrebnadzor ระบุว่าการตรวจสอบเพิ่มเติมไม่พบหลักฐานเชื้อที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้เสียชีวิต
ด้าน อเล็กเซย์ ซึเดนอฟ ผู้นำสาธารณรัฐบูเรียเทีย ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่อีร์คุตสค์ เคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับกาฬโรค แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้มีการประกาศการระบาดของกาฬโรคในบูเรียเทียสหรัฐฯ จับตาสถานการณ์
สถานการณ์ดังกล่าวขยายความสนใจออกไปนอกประเทศ หลังโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ รับทราบรายงานเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับกาฬโรคปอดในภูมิภาคอีร์คุตสค์ และกำลังติดตามสถานการณ์ร่วมกับ CDC และหน่วยงานพันธมิตร
สหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว เนื่องจากรายละเอียดสำคัญหลายส่วนของเหตุการณ์ยังไม่ได้รับการยืนยัน
กาฬโรคปอดอันตรายแค่ไหน
กาฬโรคเกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis โดยชนิดกาฬโรคปอดเป็นรูปแบบรุนแรงที่สามารถแพร่ผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจได้ และอาจทำให้เกิดไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปอดอักเสบอย่างรวดเร็ว หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก และไอ
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า หากไม่ได้รับการรักษา กาฬโรคปอดสามารถเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แต่การตรวจพบเร็วและการให้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมสามารถช่วยรักษาโรคได้ �
องค์การอนามัยโลก
ข้อมูลจาก CDC ก็ระบุเช่นกันว่า กาฬโรคปอดเป็นกาฬโรครูปแบบเดียวที่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้โดยตรงผ่านละอองทางเดินหายใจ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว �
CDC
สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569: มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการวัย 28 ปี มีผู้สัมผัสจำนวนมากถูกเฝ้าระวัง และมีมาตรการควบคุมในพื้นที่ แต่ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเสียชีวิตเกิดจากกาฬโรคปอด หรือว่ามีการระบาดของกาฬโรคในอีร์คุตสค์
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: CNN, TASS, Al Jazeera/AFP, WHO, CDC, Ynet, The Moscow Times และรายงานสื่อท้องถิ่นในภูมิภาคอีร์คุตสค์
#สำนักข่าววิหคนิวส์ #รัสเซีย #ไซบีเรีย #อีร์คุตสค์ #กาฬโรค #กาฬโรคปอด #PneumonicPlague #YersiniaPestis #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวด่วน





