17 กันยายน 2569 เวลา 00:29 น.
ดร.สมชาย แสวงการ อดีตประธานกรรมาธิการวุฒิสภา เปิดประเด็นจากบทสัมภาษณ์ของ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้งเสียงข้างน้อย ในคดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะประเด็น “เส้นทางการเงิน” ที่นายสิทธิโชติระบุว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลรอบข้างนักการเมือง แต่ไม่สามารถตรวจสอบต่อไปถึงแหล่งเงินต้นทางได้
นายสิทธิโชติระบุว่า ในส่วนของนักการเมืองที่ถูกสงสัยนั้น ไม่พบเส้นเงินที่ออกจากตัวนักการเมืองโดยตรง แต่พบข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลรอบข้างและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
หนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวถึงคือ วรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร ซึ่งนายสิทธิโชติระบุว่าเป็นผู้โอนเงินไปทางภาคใต้เป็นจำนวนเงินหลักแสน และตั้งข้อสังเกตว่าต้องการทราบว่าเงินดังกล่าวรับมาจากใคร และใครเป็นผู้โอนเงินให้ เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบเส้นทางต่อไปถึงต้นทางได้
แต่ตามคำให้สัมภาษณ์ของนายสิทธิโชติ ระบุว่า เมื่อสอบถามไปยังคณะอนุกรรมการที่ 26 ได้รับแจ้งว่า กกต.มีมติ 4:3 ไม่รับเส้นเงินดังกล่าว ทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
“อยากรู้ว่ารับมาจากใคร คนโอนเป็นใคร จะได้ไปต่อ แต่ได้รับแจ้งว่า กกต.มีมติ 4:3 ไม่รับเส้นเงินนี้ มันจึงไปต่อไม่ได้ ได้แค่นี้”
ดร.สมชายระบุว่า ประโยคดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่ทำให้ต้องกลับมาตั้งคำถามถึงกระบวนการพิจารณาหลักฐาน โดยเฉพาะว่า เหตุใดข้อมูลเส้นทางการเงินจึงไม่สามารถตรวจสอบต่อไปถึงต้นทางได้ และเหตุใด กกต.เสียงข้างน้อยจึงเห็นควรให้รับข้อมูลดังกล่าวไว้พิจารณา
สำหรับ วรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร มีรายงานจากสื่อและภาคประชาชนที่ติดตามคดีว่า มีข้อมูลธุรกรรมทางการเงินในช่วงการเลือก สว. 2567 และมีการกล่าวถึงความเชื่อมโยงกับบุคคลในเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่รายละเอียดเหล่านี้อยู่ในบริบทของการตรวจสอบและข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับคดี (อิสระนิวส์)
โดยสำนักข่าวอิศรารายงานว่า นายสิทธิโชติและนายชาย นครชัย เป็นกรรมการ กกต.ที่มีความเห็นเสียงข้างน้อยในบางประเด็นของคดี และนายสิทธิโชติระบุว่าพยานหลักฐานบางส่วนมีทั้งพยานบุคคล พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ โทรศัพท์ และข้อมูลเส้นเงินประกอบกัน (อิสระนิวส์)
ขณะที่รายงานข่าวอีกส่วนระบุว่า วรพจน์มีธุรกรรมโอนเงินหลายรายการในช่วงก่อนและระหว่างการเลือก สว. และมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกนำมาตรวจสอบในคดี (iLaw)
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่คำถามว่า “เส้นเงิน” ที่นายสิทธิโชติกล่าวถึงถูกพิจารณาอย่างไร เหตุใดจึงไม่สามารถสืบต่อไปยังต้นทางได้ และมติ 4:3 มีเหตุผลอย่างไร
ขณะที่สำนักงาน กกต.เคยชี้แจงว่า มติ 4:3 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เป็นเรื่องการไม่รับสำเนาเอกสารและพยานหลักฐานตามสำนวนคดีพิเศษของ DSI ในขณะนั้น ไม่ใช่มติที่ระบุว่าไม่รับรายละเอียด “เส้นเงิน” ของบุคคลใดโดยเฉพาะ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ดร.สมชาย แสวงการ / นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ / สำนักข่าวอิศรา / iLaw
#สมชายแสวงการ #สิทธิโชติอินทรวิเศษ #กกต #เส้นเงิน #มติ43 #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #วรพจน์ตั้งพันธุ์เพียร #เลือกสว2567 #สำนักข่าววิหคนิวส์


