ดร.บุญเลิศ ไพรินทร์ ผู้อาวุโสทางการเมือง ได้โพสข้อความทางเฟสบุ๊คระบุว่า ข่าวคราวเกี่ยวพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันม่วงเรื่องยืมเงิน 300 ล้านจากคนค้ามนุษย์เจ้าของโรงอาบอบนวดมากลบกระแสการยืมนาฬิกาเพื่อนตั้ง 25 เรือนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณกำลังจะจางหายไป
เพราะข่าวยืมปืนเพื่อนไปล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรมาช่วยกลบข่าวพวกยืมนาฬิกากับยืมเงินเพื่อนไปหมดนั่นเอง
แต่ผมไม่เชื่อทั้ง 3 รายว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมา ว่ายืมเงินเพื่อนมา ว่ายืมปืนเพื่อนมาโกหกทุกรายโดยเฉพาะนาฬิกากับเงินผมเชื่อว่ารับสินบนมา ยกเว้นเรื่องปืนนั้นน่าจะเป็นของตนเอง จะฟ้องร้องผมว่าหมิ่นประมาท ผมก็ยอมเพื่อรักษา
ความถูกต้องให้กับสังคม ว่าพูดความจริงแล้วติดคุกสังคมเราไปประณามสมยศกรณีการรับราชการตำรวจเป็นงานไซ้ลายมากกว่าจะให้ความสนใจการรับสินบน 300 ล้านจากการค้ากาม การทรมานและการเอารัดเอาเปรียบหญิงสาวซึ่งเป็นเพศแม่ของมวลมนุษยชาติ
การทุจริตและประพฤติมิชอบของทั้งนักการเมืองและข้าราชการประจำไม่เคยลดน้อยถอยลงเลยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลเผด็จการทหาร
สงสารประเทศไทยเหลือเกิน ทั้งๆที่คนไทยมีความรู้ความสามารถสูงมากไม่แพ้ชาติใดในโลก(แม้ระบบการศึกษาจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม)เพราะคนไทยฉลาดพอที่จะแสวงหาความรู้ความเข้าใจได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาสถานศึกษาห่วยๆของไทยนั่นเอง
สงสารคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศที่ขาดสิทธิเสรีภาพที่จะหยิบยืมเงินได้เหมือนคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ มีแต่สิทธิและเสรีภาพที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกรีดนาทาเร้น และเสรีภาพที่จะจมปลักอยู่กับความยากจนข้นแค้นอย่างแสนสาหัสชั่วนาตาปี
ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศยังมีสภาพเสมือนประชาชนชั้นสองชั้นสามของประเทศ ถูกหลอกว่าเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ
แท้ที่จริงแล้วอำนาจจะยืมนาฬิกาเพื่อนหรือยืมเงินเพื่อนยังไม่มีเหมือนประวิตรและสมยศเลย
โอ้อนิจจาเป็นคนเหมือนกันแต่ไม่มีอำนาจเหมือนกันเลย
สำนักข่าววิหคนิวส์





