วันที่ 22 มิถุนายน 2569 กระแส #Saveทับลาน กลับมาร้อนแรงอีกครั้งบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการเพิกถอนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยล่าสุด นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงจุดยืนโต้กระแสสังคมอย่างดุเดือด ระบุว่าหลายฝ่ายกำลังสื่อสารข้อมูลคลาดเคลื่อน จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอย่างหนัก
นายเลาฟั้ง ระบุชัดว่า พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการเพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานฯ ไม่ใช่ผืนป่าธรรมชาติหรือแหล่งสัตว์ป่าอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นพื้นที่หมู่บ้านและที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งมีการอยู่อาศัยมาก่อนที่รัฐจะประกาศแนวเขตป่าทับลงมาในภายหลัง
“อย่ามั่ว เซฟทับลาน คนอยู่มาก่อน รัฐขีดเส้นป่าทับทีหลัง พื้นที่เพิกถอนคือหมู่บ้าน ที่ทำกิน ไม่ใช่ป่า ไม่มีสัตว์ป่า” นายเลาฟั้งกล่าว
เขายังชี้ว่า พื้นที่ทับซ้อนกว่า 265,285 ไร่ เป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายทศวรรษ โดยกระบวนการแก้ไขไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งภาครัฐ ชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยร่วมสำรวจและกำหนดแนวเขตใหม่ร่วมกันแล้ว
นอกจากนี้ ในช่วงที่ประเทศไทยยื่นอุทยานแห่งชาติทับลานขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2548 องค์การยูเนสโกยังเคยเสนอให้รัฐบาลไทยเร่งกันพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่อาศัยออกจากแนวเขตอุทยาน เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านสิทธิที่ดิน แต่กระบวนการกลับล่าช้าจนยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน
นายเลาฟั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า กระแสโจมตีครั้งนี้ถูกขยายโดยสื่อบางส่วนและอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช้ข้อมูลบิดเบือน รวมถึงภาพจากพื้นที่อื่นมาสร้างความเข้าใจผิด ปลุกอารมณ์สังคมให้เชื่อว่ารัฐกำลังเปิดทางให้นายทุนฮุบผืนป่า
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มอนุรักษ์รวมถึง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยังคงยืนยันข้อกังวลว่า การปรับแนวเขตอาจกระทบต่อระบบนิเวศ พื้นที่อนุรักษ์ และสถานะมรดกโลกในระยะยาว ทำให้ประเด็น “ทับลาน” กลายเป็นสมรภูมิความคิดระหว่างสิทธิชุมชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างเข้มข้น
สถานการณ์ล่าสุดจึงยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากเป็นข้อพิพาทเรื่องที่ดินแล้ว ยังสะท้อนความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคอนุรักษ์ที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : คำชี้แจงนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล / มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
#Saveทับลาน#ทับลาน#เลาฟัง#พรรคประชาชน#วิหคนิวส์


