อุตสาหกรรมรถยนต์หรูของเยอรมนีกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ หลัง Porsche AG ผู้ผลิตรถสปอร์ตและรถหรูระดับโลกในเครือ Volkswagen Group เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 พบว่า ยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อที่ชะลอตัว
บริษัทระบุว่า ระหว่างเดือน มกราคม–มิถุนายน 2569 สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ 122,306 คัน ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับเป็นยอดขายครึ่งปีแรกที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2563
จีนทรุดหนัก สหรัฐอ่อนแรง
ข้อมูลของ Porsche ระบุว่า ยอดขายลดลงแทบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะ
- จีน ลดลง 32%
- อเมริกาเหนือ ลดลง 13%
ซึ่งทั้งสองตลาดถือเป็นตลาดหลักของบริษัท ส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมยอดขายทั่วโลก
ปัจจัยกดดันหลายด้าน
Porsche ระบุว่า สาเหตุสำคัญของยอดขายที่ลดลง ได้แก่
- การยุติการผลิต Porsche 718 รุ่นเครื่องยนต์สันดาป
- ฐานยอดขายรถ Macan ไฟฟ้า ที่สูงผิดปกติในปีก่อน ทำให้การเปรียบเทียบปีนี้ลดลง
- การสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนทางภาษีของสหรัฐสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด
- ภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในตลาดจีน
สะเทือนอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี
ผลประกอบการของ Porsche เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนีโดยรวม โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Volkswagen Group กำลังเผชิญแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รวมถึงการลดต้นทุนและการปรับกำลังคนในหลายหน่วยธุรกิจ
นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดรถยนต์หรูทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงแข่งขันรุนแรง ทั้งจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้แม้แต่แบรนด์ระดับพรีเมียมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้
แม้ Porsche ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถสปอร์ตที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก แต่ตัวเลขล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายของอุตสาหกรรมรถหรูยังคงดำเนินต่อไปในปี 2569
⸻
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Porsche AG, Volkswagen Group และรายงานของกรุงเทพธุรกิจ
