ซิดนีย์, ออสเตรเลีย — วันที่ 25 มีนาคม 2010 เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจภายในห้องคลอดแห่งหนึ่งในนครซิดนีย์ เมื่อ เจมี อ็อกก์ (Jamie Ogg) เด็กชายฝาแฝดของครอบครัวอ็อกก์ ลืมตาดูโลกพร้อมกับ เอมิลี (Emily) น้องสาวฝาแฝด แต่ทั้งคู่คลอดก่อนกำหนดถึง 13 สัปดาห์ หรือประมาณ 27 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์
เจมีมีน้ำหนักเพียงประมาณ 900–910 กรัม ขณะที่เอมิลีสามารถรอดพ้นจากภาวะวิกฤตได้ แต่เจมีกลับมีอาการหนักและไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตเขาอยู่นานประมาณ 20 นาที ก่อนจะแจ้งต่อ เคตและเดวิด อ็อกก์ ว่าไม่สามารถช่วยชีวิตลูกชายไว้ได้
ในช่วงเวลาที่ครอบครัวเชื่อว่ากำลังจะต้องสูญเสียลูกชาย เคตขออุ้มเจมีเป็นครั้งสุดท้าย เธอถอดเสื้อคลุมและนำร่างของทารกวาง แนบผิวกับหน้าอกของเธอ พร้อมพูดคุยกับลูก ขณะที่เดวิดก็อยู่เคียงข้างครอบครัว
เวลาผ่านไป เจมีเริ่มมีการเคลื่อนไหวและมีเสียงหายใจเป็นช่วง ๆ ในตอนแรกทีมแพทย์มองว่าอาจเป็นเพียงปฏิกิริยาสะท้อนของร่างกาย แต่สัญญาณต่าง ๆ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก่อนที่เจมีจะ ลืมตาและเริ่มขยับตัว
จากนั้นเคตนำ น้ำนมแม่เล็กน้อยแตะที่นิ้วและบริเวณริมฝีปากของลูก และเจมีสามารถรับน้ำนมได้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แพทย์กลับมาตรวจอาการของเด็กอีกครั้ง ก่อนพบว่าเขายังมีสัญญาณชีวิตและสามารถประคับประคองต่อได้
เรื่องราวของเจมีถูกนำเสนอไปทั่วโลกในปี 2010 พร้อมกับการพูดถึง Kangaroo Care หรือการดูแลทารกแบบเนื้อแนบเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ทารกสัมผัสผิวหนังของผู้ปกครองโดยตรง วิธีดังกล่าวมีประโยชน์อย่างมากต่อทารกคลอดก่อนกำหนด โดยช่วยสนับสนุนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงการทำงานของหัวใจและการหายใจ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าไม่ควรตีความว่า Kangaroo Care สามารถ “ชุบชีวิต” ผู้ที่เสียชีวิตแล้วได้ กรณีของเจมีน่าจะเป็นสถานการณ์ที่เด็กยังมีสัญญาณชีพอยู่ แม้ในตอนแรกจะถูกประเมินว่าไม่สามารถรอดชีวิตได้ก็ตาม
เวลาต่อมา เจมีเติบโตขึ้นพร้อมกับเอมิลี และรายงานในปี 2012 ระบุว่าฝาแฝดทั้งสองมีสุขภาพแข็งแรงและพัฒนาการเป็นปกติ เรื่องราวของเขาจึงกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนดและการดูแลทารกแบบเนื้อแนบเนื้อ
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: CBS News, 9News Australia, Twin Research and Human Genetics และรายงานข่าวร่วมสมัยเกี่ยวกับครอบครัว Ogg
#เจมีอ็อกก์ #JamieOgg #ทารกคลอดก่อนกำหนด #KangarooCare #เรื่องราวสะเทือนใจ #ข่าวต่างประเทศ #ซิดนีย์ #วิหคนิวส์
