ข่าวประจำวัน » ช็อกทั้งประเทศ!! แฮกเกอร์ถล่ม “ทะเบียนที่ดินโรมาเนีย” ระบบล่ม–ธุรกรรมอสังหาฯ สะดุด บทเรียนใหญ่รัฐบาลดิจิทัล

ช็อกทั้งประเทศ!! แฮกเกอร์ถล่ม “ทะเบียนที่ดินโรมาเนีย” ระบบล่ม–ธุรกรรมอสังหาฯ สะดุด บทเรียนใหญ่รัฐบาลดิจิทัล

26 July 2026
43   0

บูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย — 14 กรกฎาคม 2569 เหตุการณ์ไซเบอร์ครั้งใหญ่กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาที่รัฐบาลทั่วโลกต้องจับตา เมื่อ สำนักงานทะเบียนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติโรมาเนีย หรือ ANCPI ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีส่วนกลาง รวมถึงระบบทะเบียนที่ดิน e-Terra และบริการที่เกี่ยวข้องหยุดชะงักอย่างหนัก

ANCPI ยืนยันอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ว่าเกิดการโจมตีทางไซเบอร์จริง และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการหยุดชะงักทางเทคนิคครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหน่วยงาน

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่เว็บไซต์ราชการเข้าไม่ได้ เพราะ e-Terra เป็นหัวใจสำคัญของระบบทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อระบบล่ม ทนายความและโนตารีไม่สามารถเรียกเอกสารยืนยันกรรมสิทธิ์ตามปกติ การรับรองการซื้อขาย การจดทะเบียนสิทธิ และการจำนองจำนวนมากจึงติดขัด กระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นวงกว้าง

มีรายงาน “ขโมยข้อมูล–เรียกค่าไถ่–ลบฐานข้อมูล”

เบื้องหลังยิ่งน่าตกใจ เมื่อรายงานจากสื่อและนักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่า ผู้โจมตีใช้ชื่อ ByteToBreach และมีรายงานว่าเข้าถึงระบบด้วยข้อมูลรับรองที่ถูกขโมย ก่อนดึงข้อมูลออกจากระบบ และภายหลังมีการทำลายข้อมูลบางส่วนหลังความพยายามเรียกค่าไถ่ไม่ประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ต้องขีดเส้นใต้ให้ชัดว่า รายละเอียดเรื่อง ตัวตนจริงของ ByteToBreach ตลอดจนลำดับการเรียกค่าไถ่และขอบเขตข้อมูลที่ถูกลบ ยังมีข้อมูลจากหลายฝ่ายไม่ตรงกัน และการสอบสวนทางเทคนิคกับทางอาญายังดำเนินอยู่ จึงยังไม่ควรฟันธงว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์เป็นผู้ก่อเหตุจนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันอย่างเป็นทางการ

แล้ว “ทะเบียนที่ดินทั้งประเทศหายหมด” จริงหรือไม่?

คำตอบคือ ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้น

แม้มีรายงานด้านไซเบอร์บางแห่งใช้ถ้อยคำรุนแรงถึงขั้นว่า “ฐานข้อมูลทะเบียนที่ดินทั้งประเทศถูกลบ” แต่ ANCPI ออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว โดยยืนยันว่า ฐานข้อมูลทางเทคนิคและกฎหมายของหน่วยงานไม่ได้สูญหายทั้งหมด

ที่สำคัญ ANCPI ระบุว่า มีการเก็บ ข้อมูลสำรองไว้หลายสถานที่ ทำให้ยังมีความซ้ำซ้อนของข้อมูลและสามารถนำข้อมูลกลับมาใช้ในการฟื้นฟูระบบได้ หน่วยงานจึงเดินหน้าติดตั้งและเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่ ก่อนทยอยเปิดบริการแต่ละส่วนหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย

นี่คือจุดที่ทำให้เหตุการณ์ซึ่งอาจกลายเป็นหายนะด้านกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินระดับประเทศ ยังมี “ทางกลับ”

ทำไมเรื่องนี้ถึงใหญ่กว่าการถูกแฮกเว็บไซต์?

ลองคิดง่ายๆ ว่า หากระบบที่ใช้ยืนยันว่า “ที่ดินแปลงนี้เป็นของใคร ติดจำนองหรือไม่ และมีภาระผูกพันอะไร” ใช้งานไม่ได้ แม้ข้อมูลจริงอาจยังอยู่ในระบบสำรอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงหรือรับรองข้อมูลได้ ธุรกรรมจำนวนมหาศาลก็เดินหน้าต่อไม่ได้

นี่คือสิ่งที่โรมาเนียกำลังเผชิญ

ผลกระทบจึงลามจาก “ปัญหาไอที” ไปสู่ เศรษฐกิจจริง เพราะการซื้อบ้าน ขายที่ดิน จดจำนอง ขอเอกสารกรรมสิทธิ์ และธุรกรรมที่ต้องพึ่งข้อมูลทะเบียนกลางสามารถหยุดชะงักตามไปด้วย

บทเรียนใหญ่ถึงประเทศไทย

เหตุการณ์โรมาเนียจึงควรถูกจับตาอย่างยิ่งในยุคที่ประเทศไทยกำลังผลักดันบริการภาครัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ระบบป้องกันแฮกเกอร์ดีแค่ไหน?”

แต่ต้องถามต่อว่า หากวันหนึ่งระบบถูกเจาะสำเร็จ ประเทศไทยมี Offline Backup ที่แยกออกจากระบบหลักหรือไม่ มีสำเนาหลายสถานที่หรือไม่ หากระบบกลางถูกทำลายจะกู้คืนได้ภายในกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน และระหว่างนั้นประชาชนจะพิสูจน์สิทธิในทรัพย์สินของตัวเองอย่างไร

เพราะกรณีโรมาเนียแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ต่อให้ข้อมูลกรรมสิทธิ์ไม่ได้หายไปตลอดกาล เพียงประชาชนและเจ้าหน้าที่ “เข้าไม่ถึงข้อมูล” ประเทศก็สามารถเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ทันที

โลกกำลังก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มตัว แต่ยิ่งรัฐนำข้อมูลสำคัญเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากเท่าใด ระบบสำรองและแผนกู้คืนเมื่อถูกโจมตีก็ยิ่งต้องแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า

เหตุการณ์วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ในโรมาเนีย จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าว “แฮกเกอร์เจาะระบบ” แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลทั่วโลกว่า ข้อมูลของรัฐ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์และทรัพย์สินของประชาชน ต้องมีทางรอดแม้ระบบหลักถูกทำลาย

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: สำนักงานทะเบียนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติโรมาเนีย (ANCPI)⁠, The Record , Help Net Security และรายงานข่าวด้านความมั่นคงไซเบอร์ที่เกี่ยวข้อง

วิหคนิวส์ #โรมาเนีย #ทะเบียนที่ดิน #แฮกเกอร์ #CyberAttack #ByteToBreach #ANCPI #eTerra #ภัยไซเบอร์ #CyberSecurity #รัฐบาลดิจิทัล #อสังหาริมทรัพย์ #ข้อมูลประชาชน #OfflineBackup #ความมั่นคงไซเบอร์