“เต้น”ยอมรับมีเสื้อแดงแยกตัวไปตั้งพรรค อ้างเป็นเรื่องเสรีภาพ แยกกันเดิน-ร่วมกันตี ย้ำจุดยืนเดียวกัน คือ ขวาง คสช. สืบทอดอำนาจ โต้ข่าวไปจีนพบ “แม้ว” ด้านมาร์คเชื่อสุดท้าย “บิ๊กตู่” ตัดใจยอมสังกัดพรรค เตือนเป็นนายกฯคนนอกไม่ง่าย ต้องใช้ สส.หนุนครึ่งสภาฯ มีสิทธิล่มได้ง่ายๆ
Naewna รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มพูดออกมาชัดเจนมากขึ้น เกี่ยวกับกรณีการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ภายหลังจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศจุดยืนเรื่องดังกล่าวเป็นคนแรก พร้อมออกหน้าตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หากต้องการ
“บิ๊กฉัตร”ประกาศพร้อมหนุนบิ๊กตู่
โดยเมื่อวันที่ 12 เมษายน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกมาประกาศว่า ในฐานะที่เป็นเพื่อนและทำงานร่วมกันมานาน ขอยืนยันว่า พร้อมจะสนับสนุนการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกอย่าง ทั้งนี้ยืนยันว่า แนวทางยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลปัจจุบันวางเอาไว้ เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งหากใครที่จะมาเป็นรัฐบาลต่อไป ถ้าทำต่อไปได้จะเป็นการดี เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งตนก็อยากเห็นความต่อเนื่องในการทำงานเช่นกัน
ชี้นายกฯอาจคุยตั้งพรรคกับสมคิดเอง
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการตั้งพรรคนั้น โดยส่วนตัวไม่เคยพูดคุยหรืออยู่ร่วมในวงพูดคุยในเรื่องนี้กับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือ นายสมคิด ด้วยแต่อย่างใด
“เวลานั่งคุยกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็ไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับผมเลยนะ แต่ท่านอาจจะคุยกับ คุณสมคิด หรือใครหรือเปล่านั้น ผมไม่ทราบ แต่ยืนยัน ผมไม่ได้อยู่ในวงการพูดคุยนั้น”
“มาร์ค”ยันชัดแล้วมีพรรคทหาร
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า เวลานี้น่าจะชัดเจนแล้ว่าจะมีการจัดตั้งพรรคขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีคนในรัฐบาลนี้เป็นกำลังสำคัญของพรรคในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จะรับตำแหน่งในพรรคหรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องหลัก แต่น่าจะเป็นเรื่องการยอมให้มีการเสนอชื่อเป็นนายกฯหรือไม่มากกว่า
ชี้วาง2ทางเลือกปูทางเป็นนายกฯ
ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่อยากมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการบริหารจัดการในพรรค เพราะมีภาระมากอยู่แล้ว ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ดังนั้นจึงคาดว่าน่าจะขึ้นเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง โดย 2 วิธี คือ 1.เป็นนายกฯคนนอกแบบไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเลย และ 2.เป็นเรื่องของการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น 1 ใน 3 ถึงแม้จะเป็นชื่อเดียวของบัญชีของพรรคนั้น
เชื่อยอมสังกัดพรรค-คว้าเก้าอี้ง่ายกว่า
นายอภิสิทธิ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แนวทางมีความยากง่ายต่างกัน โดยถ้าเป็นนายกฯคนนอก รัฐธรรมนูญเขียนว่า จะต้องได้เสียง 500 เสียง จาก 750 ฉะนั้นถึงแม้ว่าจะมี ส.ว. 250 ที่ทุกคนคาดว่าพร้อมที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ แต่ก็ยังต้องไปหา ส.ส.อีก 250 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่ง่าย ดังนั้นจึงอาจต้องลองอีกหนทาง คือ ให้พรรคการเมืองเสนอชื่ออย่างนี้มันง่ายกว่า เพราะใช้มติแค่ 375 เสียง โดยใช้ 250 เสียงของ ส.ว. และต้องการส.ส.อีก 125 เสียง ซึ่งง่ายกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงในตัวของมันเอง เพราะว่าการตอบรับที่จะมาอยู่ในบัญชีของพรรคการเมือง ก็เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่คนกลางอีกต่อไปแล้ว และมีเงื่อนไขสำคัญ คือ พรรคที่เสนอชื่อ ทำได้พรรคเดียว และต้องมีส.ส.อย่างน้อย 25 คน
“เต้น”ยันมติเสื้อแดงขวางสืบทอดอำนาจ
วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ออกมาเปิดเผยถึงกรณีข่าวการตั้งพรรคของกลุ่มเสื้อแดงว่า แกนนำนปช.ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ซึ่งในการพูดคุยกันนอกรอบ แกนนำได้ให้เสรีภาพกับสมาชิกทุกคนที่จะตัดสินใจว่าจะเป็นสมาชิกพรรคใดหรือไม่ หรือเป็นผู้สมัครส.ส.ของพรรคใด แต่หลักการ คือ บทบาทของพรรคการเมืองที่นปช. เข้าไปร่วมนั้น จะต้องยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และไม่ตอบสนองต่อวิถีเผด็จการใดๆทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนได้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นแนวร่วมสำคัญกับกลุ่มนปช.อยู่แล้ว
ยอมรับมี“เสื้อแดง”แยกไปตั้งพรรคใหม่
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีคนเสื้อแดงที่ผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่มีแนวคิดว่าอยากจะขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองจึงอาจจะมีขึ้นได้สำหรับคนบางกลุ่ม ซึ่งตรงนี้เราถือเป็นเสรีภาพ แต่สำหรับแกนนำนปช.นั้นยังไม่มีแนวคิดที่จะตั้งพรรคการเมือง ส่วนกระแสข่าวแกนนำนปช.เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประเทศจีนนั้น ยืนยันว่าแกนนำนปช.ไม่มีใครเดินทางไปพบกับนายทักษิณในช่วงนี้ ส่วนแกนนำคนเสื้อแดงคนอื่นๆ จะมีการเดินทางไปพบนายทักษิณหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่สำหรับแกนนำนปช.ยังไม่มีใครเดินทางไป
สำนักข่าววิหคนิวส์



