ข่าวประจำวัน » จตุพรฟันธง !! รัฐบาลเอาไม่อยู่ แฉวิกฤติน้ำมันมีขบวนการกักตุน คาดเกิดพฤษภาทมิฬรอบ 2

จตุพรฟันธง !! รัฐบาลเอาไม่อยู่ แฉวิกฤติน้ำมันมีขบวนการกักตุน คาดเกิดพฤษภาทมิฬรอบ 2

29 March 2026
7   0

LINE TODAY ระบุว่า
กฎอัยการศึกก็เอาไม่อยู่! “จตุพร” แฉวิกฤตน้ำมันมีขบวนการกักตุน ฟันกำไรวันละ 300 ล้าน คาด“พฤษภา”ถึงยุคคนเดือด
เชื่อวิกฤตน้ำมัน มีขบวนการกักตุน ย้ำชงกลั่นทิพย์โกยกำไรลอยตัวต่อวัน 300 ล้าน บี้รื้อโครงสร้างน้ำมันขจัดขบวนการสุมหัวสูบเลือด ปชช.ทุกข์ยาก คาดไม่เกิน “พฤษภา” ถึงยุดคนเดือดผู้โหยหิวก่อหวอด ประกาศฉุกเฉินและใช้กฎอัยการศึกยังเอาไม่อยู่
เมื่อ 28 มี.ค.2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินว่า วิกฤตน้ำมันไทยจะลากดึงทุกองคาพยพของชีวิตไปซ้ำเติมทุกข์ยากประชาชน ขณะที่กลุ่มทุน-พ่อค้า-รัฐบาลสุมหัวโกยกำไรลอยตัว ระรื่นเสวยสุขบนความโหยหิว ดังนั้น สถานการณ์ “ยุคคนเดือด” อาจก่อหวอดขึ้นไม่เกิน “พฤษภาคม” ซึ่งประกาศกฎอัยการศึกก็เอาไม่อยู่ และความพังพาบจะเกิดขึ้น

“เดือนเมษาและพฤษภา ในสองเดือนนี้ เราจะวิกฤตกันสุด ถ้ายังอยู่กับอีหรอบกันแบบนี้ ถึงเดือนมิถุนาถือว่าลากเลือดที่สุด อีกไม่กี่วัน น้ำมันดีเซลส่อจะทะลุใกล้ราคา 60 บาทต่อลิตรอยู่แล้ว เพราะพ่อค้าต้องการให้มีกำไรเท่าเดิม ดังนั้น ประเทศจะอยู่ในสภาพคนกลุ่มหนึ่งเอารัดเอาเปรียบคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องทนทุกข์กับความรวยร่ำที่ไม่รู้จักอิ่ม มันไปกันยาก”

อีกทั้งกล่าวว่า แนวโน้มสงครามตะวันออกกลางส่อยากจะยุติ เพราะอิหร่านไม่เกรงกลัวคำขู่และปัดเจรจากับโดนัลด์ ทรัมป์ แล้วยังต่อสู้กับสหรัฐ-อิสราเอลด้วยพลังยืนหยัดของอุดมการณ์ศาสนาและการปกป้องอธิปไตยของประเทศ ดังนั้น ผลกระทบในวิกฤตน้ำมันของไทยยังเผชิญปัญหาอีกยาวไปนาน และเรียกร้องให้รัฐบาลรีบคิดวางแผนให้อยู่รอด

“ถ้านายกฯ (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ไม่คิดรื้อโครงสร้างพลังงานแล้ว ไทยจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยากที่สุดและเอาไม่อยู่ เพราะการเพิ่มหรือชดเชยกำไร (พ่อค้าน้ำมัน) ในขณะเป็นภาระของประเทศนั้น ในยามปกติกิจการพลังงานแทบจะเป็นรัฐอิสระ อยากขึ้นราคาเท่าไร อยากได้เท่าไร คนไทยมีหน้าที่แค่จ่ายตังตามปรารถนาของเขา ทั้งที่ไม่มีความเป็นจริงอะไรเลย จึงขอเรียกร้องให้ (น้ำมัน) เลิกอิงราคาสิงคโปร์ ให้แก๊สเลิกอิงราคาซาอุอาระเบียจนปากเปียกปากแฉะ “
ในส่วนพลังงานไฟฟ้าสำรอง ซึ่งในยามวิกฤตนี้ยังไม่สำแดงความรับผิดชอบช่วยเหลือประชาชน และไม่เคยได้ยินเสียงของพวกเขาเหล่านี้เลย แต่ได้ยินเพียงจากนี้จะขึ้นค่าไฟฟ้าอีกเท่าไร ทุกเรื่องเป็นผลประโยชน์คนพวกนั้นรับไปเต็มๆ แม้บ้านเมืองจะทุกข์ยากแค่ไหนก็ตาม

นายจตุพร เชื่อว่า ในสถานการณ์วิกฤตยามนี้ ไทยไม่มีวันจะแก้ปัญหาใดๆ ได้เลย อีกอย่างข้าราชการกลับรายงานข้อมูลให้นางศุภจีสุธรรมพันธุ์ รมวงพาณิชย์ ไม่ครบถ้วนหรือได้รับรายงานอันเป็นเท็จ ดังนั้น จำเป็นต้องมีทีมงานเฉพาะตัวขึ้นมา เพราะถ้าฟังกลไกรัฐที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพ่อค้าแล้ว นายกฯ และรัฐมนตรีจะตัดสินใจผิดพลาด

สิ่งสำคัญ นายกฯ ยังยืนยันข้อมูลว่า น้ำมันดีเซลเดิมใช้ 67 ล้านลิตรต่อวัน แล้วกลั่นเพิ่ม 10 ล้านลิตร ถ้ามีการกลั่นตามจำนวนที่ว่าจริง น้ำมันจะล้นปั๊มเพราะได้น้ำมันเพิ่มจากเดิมถึง 10 ล้านลิตร แต่ปั๊มกลับได้รับน้ำมันแค่ 1 ใน 3 จากที่เคยได้รับ และทันทีขึ้นราคาอีก 6 บาท น้ำมันกลับเต็มแทบทุกปั๊มย่อมเป็นพิรุธให้เห็นพฤติกรรมสุมหัวกักตุนน้ำมันกอบโกยกำไรลอยตัวโดยอ้างอิงกลไกตลาดเสรี

“เมื่อน้ำมันไม่ขึ้นพรวด 6 บาทนั้น คนพร้อมไปเติม แม้ชาวบ้านกักตุนกันแทบตายจะเอาอะไรไปใส่น้ำมัน และทันทีเพิ่มราคาอีก 6 บาทน้ำมันกลับล้นปั๊ม จึงสะท้อนให้เห็นอีกอย่างว่า ขบวนการที่กักตุนนั้น ทำกันอย่างเป็นระบบ สิ่งน่าสงสัยคือ การอ้างข้อมูลกลั่นเพิ่ม 10 ล้านลิตรนั้น ได้กลั่นจริงหรือเปล่า ถ้ากลั่นไม่จริง (นายทุนน้ำมัน-พ่อค้า) ก็กินเงินชดเชยฟรีวันละกว่า 300 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่คนไทยไม่สบายใจ แม้วันนี้ประเทศพอจะรับมือกันได้ในแต่ละวิกฤตที่ปัญหาเหมือนนาฬิกาทรายค่อยๆ ร่วงหล่น แต่ส่วนไหนพอขยับกันได้ ต้องทำให้เขาพอได้เดินต่อไปกัน หากมีส่วนแสดงอาการให้เห็นกำลังช็อตแล้ว รัฐบาลต้องคิดวางแผนรับมือ

โดยเสนอว่า เงินกำไรที่ให้พ่อค้าตกวันละประมาณ 300 ล้านบาทนั้น ถ้านำไปเตรียมการสินค้าบริโภค อุปโภคในยามวิกฤตจะมีคุณค่าให้คนไทยทุกคน ไม่ใช่ให้คนไทยหรือฝรั่งคนใดคนหนึ่งร่ำรวยมหาศาลในเหตุการณ์วิกฤตนี้

ในวิกฤตครั้งนี้ ไทยต้องมีบทเรียนจากการเคยล้มทุกครั้งที่ผ่านมาว่า จะลุกขึ้นยืนอย่างมีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงได้อย่างไร เพราะเป็นจุดเริ่มที่เท่ากันกับทุกประเทศทั้งโลก แต่บทเรียนที่ผ่านมาเมื่อเราลุกยืนได้ก็ถูกประเทศอื่นนำหน้าไปไกลแล้ว ทั้งที่มีจุดเริ่มที่เท่ากัน เพราะเราขาดแนวทางรักษาชีวิตทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนให้พ้นจากความอดอยาก หิวโหย

พร้อมเรียกร้องว่า เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นความทายท้าใหญ่มากของคนไทย ดังนั้น ขณะนี้รัฐต้องพูดความจริงกับประชาชนในทุกขั้นตอน แม้คนพูดอาจเปลี่ยนคำพูดได้ตลอดเวลา แต่คนจำจะจำอย่างขึ้นใจกับสิ่งที่รัฐบาลพูด และความจำนั้นจะทำหน้าที่ทวงหาความยุติธรรม
“อีกไม่วันจะได้รัฐบาลสมบูรณ์แบบ หากกลไกรัฐและองคาพยพยังไม่ยึดประชาชนเป็นตัวตั้งแล้ว ไม่มีอะไรจะช่วยกันได้ และถ้ามีเหตุเกิดมาแล้ว ไม่มีกฎหมายใดจะควบคุมประชาชนได้ ซึ่งเชื่อว่า ไม่เกินพฤษภาคม ก็หนีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปไม่ได้ และไม่รู้จะควบคุมสถานการณ์อยู่หรือเปล่า แม้กฎอัยการศึกก็ไม่รู้จะเอาอยู่หรือไม่”

นายจตุพร กล่าวว่า การสุมหัวเอารัดเอาเปรียบประชาชน ถ้ารัฐบาลจับได้ไล่ทัน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับใดและนักการเมืองคนใดก็ตาม ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุดไม่มีข้อยกเว้น เพราะการแก้ปัญหาชาติภายใต้ข้อมูลไม่เป็นจริงนั้น จะพารัฐบาลพังพาบ บางยุคสมัยเก็บเสื้อผ้า ใส่กางเกงแทบไม่ทันเสียด้วยซ้ำ

สิ่งสำคัญ บรรดาลาภไม่ควรได้และการปล้นชาติในยามวิกฤต ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และไม่ให้คนกล้ากระทำชั่ว เพราะจากนี้ไปไทยหนีวิกฤตไม่พ้น และปัญหายิ่งจะหนักขึ้นทั่วทั้งโลก ดังนั้น นายกฯ ต้องรีบรื้อโครงสร้างพลังงานให้เป็นจริงเป็นจัง