1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.31 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการ “ประเทศไทยต้องมาก่อน” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ยื่นขอรับสิทธินิรโทษกรรมเพื่อล้างมลทินความผิดในคดีทุจริต โดยมองว่าไม่ว่าคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะพิจารณาให้หรือไม่ให้สิทธิ์ ก็อาจนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองอีกครั้ง
นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีแรงกดดันทางการเมืองมากขึ้น หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการต่อรองขอนิรโทษกรรมเพื่อแลกกับเสียงสนับสนุน 74 เสียงของพรรคเพื่อไทย ในการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คนของพรรคภูมิใจไทย ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569
เขาระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคกล้าธรรมและลงมติไปในทิศทางเดียวกับฝ่ายค้าน ก็อาจทำให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยล้มลงได้ แต่หากมีการให้สิทธิล้างมลทินตามที่ร้องขอ ก็อาจเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนนอกสภา ขณะเดียวกันยังมีความไม่พอใจต่อปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้ง
ชี้กฎหมายยกเว้นคดีทุจริต
นายจตุพรกล่าวว่า กฎหมายนิรโทษกรรมมีข้อยกเว้นความผิด 3 กลุ่ม ได้แก่ คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คดีทุจริต และคดีอาญาร้ายแรงที่มีการฆ่าคนตาย จึงตั้งคำถามว่าการขอล้างมลทินในคดีทุจริตจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร หากเป็นความผิดที่อยู่นอกเหนือข้อยกเว้นของกฎหมาย
พร้อมมองว่า การยื่นขอสิทธิ์ในช่วงที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นจังหวะทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
เตือนเล่นเกมการเมืองแบบรุกฆาต เสี่ยงเกิดแรงต้าน
นายจตุพรระบุว่า การเล่นการเมืองในลักษณะรุกฆาต โดยยื่นข้อเรียกร้องในเรื่องที่มีข้อจำกัดทางกฎหมายและในช่วงเวลาที่มีแรงกดดันทางการเมือง อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะไม่ว่าจะให้หรือไม่ให้สิทธิล้างมลทิน ก็อาจเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้ทั้งสองทาง
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมว่า รัฐบาลจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพของเสียงสนับสนุนในสภา โดยระบุว่าขณะนี้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างแน่นหนาแล้ว
นายจตุพรยืนยันว่า การออกมาคัดค้านไม่ใช่เพราะความแค้นส่วนตัวต่อนายทักษิณ แต่เป็นเพราะเห็นว่าการขอล้างมลทินในคดีทุจริตอยู่นอกเหนือข้อยกเว้นตามกฎหมายนิรโทษกรรม
เตือนประชาชนอาจออกมาชุมนุมอีกครั้ง
นายจตุพรกล่าวทิ้งท้ายว่า ประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนหลายด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน จึงไม่ควรสร้างเงื่อนไขทางการเมืองเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่าหากเดินหน้าใช้เรื่องการล้างมลทินเป็นเงื่อนไขทางการเมือง อาจทำให้ประชาชนไม่พอใจและออกมาชุมนุมบนท้องถนนอีกครั้ง
ทั้งนี้ ความเห็นและการประเมินสถานการณ์ทั้งหมดเป็นคำกล่าวของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในรายการ “ประเทศไทยต้องมาก่อน” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายการประเทศไทยต้องมาก่อน และข้อมูลข่าววันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.31 น.
#จตุพรพรหมพันธุ์ #ทักษิณชินวัตร #นิรโทษกรรม #เพื่อไทย #ภูมิใจไทย #กล้าธรรม #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์
