ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ การเมือง การปกครอง ได้โพสข้อความระบุว่าข่าวปลอมระบาดหนัก
ต้นตอข่าวปลอมที่แพร่ระบาดในประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นการกระทำอย่างเป็นขบวนการ โดยมีทุนสนับสนุนจากกลุ่มต่อต้านชาติ มี “จักภพ” เป็นผู้ประสานงาน จากนอกประเทศ ที่ปัจจุบัญ กลุ่มก่อการ และกลุ่มขยายความ ส่วนใหญ่ อยู่ในฝรั่งเศส สวีเด็น ญี่ปุ่น และสหรัฐ มีแนวร่วมในประเทศไทย

ในยามบ้านเมืองเผชิญกับวิกฤติ ขบวนการเหล่านี้ยังมิหยุด ได้โหมกระพือการต่อต้านการทำงานของภาครัฐ ลามปามไปยังประมุขของรัฐ มีการทำเวบไซค์ทั้งภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลี สร้างข่าวลือต่างๆนาๆ ทำไฟร์แพรน(กำหนดการบิน) หมายกำหนดการปลอม ปล่อยข่าวลดความน่าเชื่อถือรัฐมนตรี รัฐบาล และประมุขของรัฐ ซ้ำแล้วซ้ำเล่ารายวัน อันเป็นการซ้ำเติมคนไทย ชาติไทยในยามวิกฤติ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ขาดความเชื่อมั่นในชาติของตนเอง
เมื่อมีการตั้งศูนย์เฟคนิวส์ หรือศูนย์ต่อต้านข่าวกรองแล้ว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ในการแจ้งข้อกล่าวหาทางกฎหมาย แม้ต้นตอผู้กระทำความผิดจะอยู่ต่างประเทศ แต่มีแนวร่วมในการส่งต่อข่าวปลอมในประเทศไทย ด้วยการใช้หลัก “นิติรัฐ” ในการดำเนินการในทันที ในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ
ออกหมายแดง แล้วขอความร่วมมือไปยังประเทศที่ผู้ต้องหาหลบหนี ขอตำรวจสากลจับกุม แล้วส่งตัวมาดำเนินคดียังประเทศไทย สถานการณ์ปัจจุบันผู้นำประเทศ ทั้ง สหรัฐ ฝรั่งเศส จีน ฯลฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการจับกุมกลุ่มขบวนการเหล่านี้ อย่างเต็มที่ เพราะแต่ละประเทศต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ขณะเดียวกันรัฐบาลมีหน้าที่ตอบโต้ ข่าวทั้งนอกและในประเทศที่เป็นเท็จ อันกระทบกระเทือนต่อสถาบันชาติไทย มิใช่เพียงตอบโต้เพียงข่าวเล็กๆน้อยๆรายวันเท่านั้น และควรขอความร่วมมือ facebook twitter youtube ฯลฯ ระงับการให้บริการแก่กลุ่มคนเหล่านั้น
การระส่ำระสายด้านข่าวสาร ที่ถูกเรียกว่า “ข่าวปลอม” ในยุคปัจจุบัน เป็นหลักพื้นฐานทางการทหารในการทำสงคราม ตามหลัก การต่อต้านข่าวกรอง ที่ใช้มากในสมัยสงครามโลก เพื่อให้ศัตรูอ่อนกำลัง ไพร่พล ประชาชน สับสน ไม่เชื่อผู้นำ จนเข้าสู่การขาดซึ่งศรัทธา จึงเข้าสู่การยึดประเทศ ยึดอำนาจในที่สุด
ในยามสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีการประกาศใช้ในหลายๆประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดี ที่ไทยจะใช้สถานการณ์นี้ ขอความร่วมมือจากอารยะประเทศ ให้เกิดความสงบเรียบร้อยในชาติ
“ อำนาจต้องใช้ให้เป็น หากใช้ไม่เป็น ก็เปรียบดั่งไร้อำนาจ “