29 มี.ค. 2561 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “Thirachai Phuvanatnaranubala” ตั้งคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับมาตรฐาน คสช. ที่ระบุว่าแค่มีเหตุน่าเชื่อถือ ไม่ต้องรอชี้มูล เข้ากรุทันที จะใช้กับพี่น้องหรือไม่?
สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวว่า กรณีนาฬิกาหรูทั้ง 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ พล.อ.ประวิตร ชี้แจงว่ายืมเพื่อนมาแต่เพื่อนได้เสียชีวิตไปแล้ว ถึงแม้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้สำนักงาน ป.ป.ช.ไปตรวจสอบที่มาของนาฬิกาว่า ผู้ที่ครอบครองเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ รวมถึงข้อมูลจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูดังกล่าว เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและมีเลขรหัสสินค้า
โดยสำนักงาน ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือสอบถามไปยัง 13 บริษัท แต่มีการชี้แจงกลับมาเพียง 3 บริษัท เหลืออีก 10 บริษัท จึงต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน และให้นำกลับมารายงานต่อที่ประชุม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งแล้วว่า เป็นการยืมทรัพย์เป็นห้วงระยะเวลายาวนาน ตามวันที่ที่มีภาพนาฬิกาดังกล่าว ซึ่งการยืมทรัพย์สินอันมีมูลค่าสูง แต่ละเรือนนับหลายแสนบาทหลายล้านบาทนั้น ย่อมก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ผู้ยืม
นายธีระชัย กล่าวต่อไปว่า จากการยืมดังกล่าว คิดมูลค่าเป็นเงินได้ และโดยสามัญสำนึก ผลประโยชน์ดังกล่าวย่อมสูงกว่าเพดานที่กฎระเบียบกำหนดไว้ จึงน่าจะถือว่ามีเหตุน่าเชื่อถือแล้วว่า พล.อ.ประวิตรกระทำผิด นอกจากนี้ ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น การครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงของผู้อื่นอันมีภาระจะต้องคืนในอนาคต ก็ถือเป็นภาระหนี้สินที่ต้องรายงานอย่างหนึ่ง แต่เนื่องจากมิได้มีการรายงานเช่นนั้น จึงน่าจะถือว่ามีเหตุน่าเชื่อถือแล้วว่าพล.อ.ประวิตรกระทำผิดอีกเรื่องหนึ่ง
“แต่เพียงสองประเด็น ก็อาจจะต้องถือว่าเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของ คสช. ที่จะต้องเข้ากรุแล้ว จึงต้องตั้งคำถามว่า ท่านนายกฯ จะใช้มาตรฐานสำหรับสมาชิก คสช. เช่นเดียวกับที่ใช้อย่างเข้มงวดกับข้าราชการระดับลูกน้อง หรือไม่?” อดีต รมว.คลัง กล่าว
Cr:แนวหน้า
สำนักข่าววิหคนิวส์

