ข่าวประจำวัน » ในหลวงเตือนอัยการ ! ต้องสุจริตแท้ ทั้งกาย วาจา ใจ จนเป็นนิสัย

ในหลวงเตือนอัยการ ! ต้องสุจริตแท้ ทั้งกาย วาจา ใจ จนเป็นนิสัย

7 June 2024
9   0

“ในหลวง” ทรงเตือน “อัยการ”
ต้อง “สุจริตแท้”
ทั้ง กาย วาจา ใจ
“สุจริต เป็นปรกตินิสัย“

“ในหลวง” ทรงเตือน “อัยการ”
ต้อง “สุจริตแท้”
“สุจริต เป็นปรกตินิสัย”
จนไม่สามารถกระทำ ทุจริตได้เลย
ทรงให้คำนิยามความหมาย
“สุจริต” ที่มีความหมายกว้างมาก
ความประพฤติดี ปฏิบัติชอบทั้งกายวาจาใจ การกระทำคำพูดและความคิด จะต้องเป็นไปในทางที่ดีและถูกต้องทุกอย่าง คนที่สุจริตแท้จึงไม่สามารถกระทำ ทุจริตได้เลย
ควรทำความเข้าใจคุณธรรมข้อนี้ ให้ทราบชัด และตั้งใจฝึกฝนอบรม ตนเองให้สุจริต เป็นปรกตินิสัย

วันที่ 6 มิถุนายน 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด นำ อัยการประจำกอง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

ในโอกาสนี้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ และนายยรรยง เดชภิรัตนมงคล เลขานุการอัยการสูงสุด ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“คำว่าสุจริต มีความหมายกว้างกว่านั้นมาก คำว่าสุจริต หมายถึงความประพฤติดีปฏิบัติชอบทั้งกายวาจาใจ การกระทำคำพูดและความคิด จะต้องเป็นไปในทางที่ดีและถูกต้องทุกอย่าง ทั้งนี้คนที่สุจริตแท้ จึงไม่สามารถกระทำ ทุจริตได้เลย
ท่านอัยการทั้งหลายจึงควรทำความเข้าใจคุณธรรมข้อนี้ ให้ทราบชัด และตั้งใจฝึกฝนอบรม ตนเองให้สุจริต เป็นปรกตินิสัย”

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้รองศาสตราจารย์วีระพล ทองมา รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลผลิตของโครงการสาธิตการปลูกพืชผัก พืชไร่ และไม้ผลแบบประณีตในพื้นที่โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ก่อตั้งครบ ๙๐ ปี ในวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๗

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรูปประติมากรรมนูนต่ำ พระมหาธาตุเจดีย์ วัดพระสิงห์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าคลุมไหล่ และผ้าพันคอ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยในการศึกษา พัฒนา และผลิตกระแสไฟฟ้าภายในประเทศ ด้วยทรงตระหนักและเล็งเห็นว่ากระแสไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาวิจัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์แขนงต่าง ๆ กับพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักศึกษา ทรงพระราชอุทิศพระวรกายและทรงมีพระปรีชาสามารถในการพัฒนางานไฟฟ้า โดยทรงมีพระราชปณิธานที่จะส่งเสริมเทคโนโลยีและพัฒนาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสืบสานศิลปะและงานหัตถศิลป์ของราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานฝีมือและทักษะของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ร่วมกับการบริหารจัดการทรัพยากรทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่เน้นการสร้างสรรค์ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานหัตถศิลป์ ผ่านการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างประเทศ ในฐานะพระราชอาคันตุกะในพิธีสำคัญต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าทอรวมถึงเครื่องแต่งกายจากภูมิปัญญาไทย และส่งเสริมผ้าไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและหัตถศิลป์ อันทรงคุณค่า ตลอดจนทรงส่งเสริมสร้างรายได้ให้แก่ราษฎร อันนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ศาสตราจารย์ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าลีมาบาติกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างและทรงสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 21 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมและรวดเร็ว

อีกทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) รวมทั้งจัดสร้างอาคาร และสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เป็นต้น ด้วยทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยที่ดีของราษฎร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาประเทศต่อไป

Cr: ข่าวราชสำนักThaipbs